วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
อวสานกติกาสากล! จากเตหะรานถึงมายาคติโลกสวยในเมืองไทย

อวสานกติกาสากล! จากเตหะรานถึงมายาคติโลกสวยในเมืองไทย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

ซากปรักหักพังในกรุงเตหะรานและการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน คือการประกาศมรณกรรมของ "ระเบียบโลก" อย่างเป็นทางการ เมื่อมหาอำนาจพุ่งเป้าสังหารประมุขของรัฐอธิปไตยอื่นอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่สนข้อยกเว้นใดๆ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นเพียง "กระดาษเปื้อนหมึก" ที่มีไว้บังคับใช้เฉพาะกับผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น พฤติกรรมเด็ดหัวผู้นำรัฐสะท้อนว่าอาณาเขตของประเทศอื่นเป็นเพียงสนามหลังบ้านที่มหาอำนาจจะเข้าไปทำศาลเตี้ยเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนที่เคยทำมาแล้วในการบุกจับผู้นำเวเนซุเอลาถึงในบ้านพัก


กติกาสากลจึงเป็นเพียงมายาคติที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาอำนาจคนกลุ่มเดียว ในวันที่ผลประโยชน์ขัดกัน มหาอำนาจพร้อมฉีกหน้ากากทิ้งและใช้กำลังประหัตประหารผู้อื่นทันที อธิปไตยของชาติในวันนี้จึงไม่ได้ถูกคุ้มครองด้วยตัวอักษร แต่ถูกกำหนดด้วยกระบอกปืนของฝ่ายที่เข้มแข็งกว่าเสมอ

ที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดคือท่าทีของสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี แทนที่จะประณามการสังหารผู้นำรัฐที่ผิดกฎหมาย กลับออกแถลงการณ์ประณามอิหร่านที่พยายามปกป้องศักดิ์ศรีตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ผู้สูญเสีย "ใช้วิธีเจรจา" ทั้งที่ถูกถล่มฝ่ายเดียวนั้น ช่างกลับกรอกและไร้ยางอาย

ในขณะที่ปากพร่ำบอกให้หยุดความรุนแรง แต่มือกลับส่งอาวุธสนับสนุนการทำลายล้างอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดคือ "ภาวะสองมาตรฐาน" ที่ยอมรับสิทธิ์ในการโจมตีของมหาอำนาจว่าเป็นความชอบธรรม แต่กลับตีตราการตอบโต้ของผู้ถูกกระทำว่าเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพโลก

กลไกสหประชาชาติบัดนี้กลายเป็นเพียงโรงละครที่ไร้อำนาจสิทธิ์ขาด เมื่อสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงคือผู้ลงมือทำลายกฎเสียเอง โลกจึงกลับเข้าสู่ยุค "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องอ้างอิงตำราเล่มไหนอีกต่อไป

ย้อนมองประเทศไทย ความน่ากังวลที่สุดคือการตั้งหลักที่บิดเบี้ยวของ พรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองโลกสวย บรรดานักวิชาการ ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า และนักสิทธิมนุษยชน ที่รวมตัวกันเป็นขบวนการตั้งคำถามประเภท "ทหารมีไว้ทำไม" หรือมุ่งตัดงบความมั่นคงเพื่อแลกคะแนนนิยม

นี่คือความไร้เดียงสาที่อันตรายต่อความอยู่รอดของรัฐ การขายฝันเรื่องการลดเขี้ยวเล็บในวันที่มหาอำนาจทั่วโลกกำลังลับดาบให้คม คือการพาประเทศเดินเข้าสู่กับดักความเสี่ยงอย่างร้ายแรง

ประวัติศาสตร์จารึกไว้เสมอว่าประเทศที่ไร้อำนาจต่อรองทางทหาร มักถูกบันทึกไว้ในฐานะ "เหยื่อ" ที่ไม่มีสิทธิ์เลือกชะตากรรมของตนเอง ไทยต้องยอมรับว่าความมั่นคงไม่ใช่สินค้าที่เอามาประมูลเล่นได้ แต่มันคือรากฐานเดียวที่จะรักษาอธิปไตยไว้ได้ในยามที่กติกาสากลไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์

ความพยายามนำหลักการ "เจรจานำการทหาร" มาใช้อย่างผิดบริบทโดยไม่ดูความอำมหิตของโลกความจริง คือความประมาทที่อาจแลกมาด้วยความล่มสลาย การเจรจาจะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อเรามีกองทัพที่เข้มแข็งพอที่จะทำให้คู่สนทนาต้องหยุดฟังด้วยความเกรงใจ

หากกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดทั้ง นักการเมือง นักวิชาการ ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า และนักสิทธิมนุษยชนสายโลกสวย ยังคงวนเวียนกับการด้อยค่ากลไกป้องกันประเทศเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น คนเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เปิดประตูบ้านให้ภัยคุกคามแทรกแซงได้ง่ายในวันที่สงครามขยายวงมาถึงภูมิภาค

เราไม่อาจฝากชีวิตคนไทยไว้กับความเมตตาของมหาอำนาจ หรือกติกาที่เปลี่ยนตามความพอใจของผู้ถืออาวุธ การมีกองทัพที่พร้อมรบคือ "ประกันชีวิต" ที่ดีที่สุดในวันที่โลกไม่มีความปลอดภัย การทูตที่นุ่มนวลต้องเดินควบคู่ไปกับเขี้ยวเล็บที่แหลมคมเสมอ

ยุทธศาสตร์ของรัฐคือการดำรงความเป็นกลางและรักษาดุลอำนาจอย่างมียุทธวิธี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าองคาพยพภายในต้องเพิกเฉยต่อความอธรรมเบื้องหน้า สิ่งที่น่าเคลือบแคลงคือท่าทีของขบวนการเดิมที่มักหยิบเรื่องสิทธิมาอ้างเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้ามในบ้านตัวเอง

แต่คนกลุ่มนี้กลับ "ใบ้รับประทาน" เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลสังหารผู้นำรัฐอื่นอย่างป่าเถื่อน มาตรฐานสิทธิของคนเหล่านี้จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่เลือกใช้ตามความเหมาะสมและผลประโยชน์ หากยังไม่สามารถแสดงจุดยืนต่อความเหี้ยมเกรียมระดับสากลได้ ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าสิ่งที่เขาพร่ำบอกนั้นมาจากมโนธรรม?

ทางรอดของไทยคือการตั้งหลักบนความเป็นจริง วางตัวเป็นกลางอย่างมีชั้นเชิง และเลิกหลงเชื่อกลุ่มคนที่บูชากติกาสากลเพียงเปลือกนอกเพื่อทำลายรากฐานความมั่นคงไปวันๆ ในโลกที่ไร้กฎเกณฑ์ ความตื่นรู้และอำนาจป้องกันตนเองเท่านั้นคือหลักประกันที่แท้จริง

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top