ไม่ใช่ได้คืบจะเอาศอก! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน เผยราคาที่ต้องจ่าย เมื่อคำนำหน้าชื่อไม่ตรงปก

ไม่ใช่ได้คืบจะเอาศอก! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน เผยราคาที่ต้องจ่าย เมื่อคำนำหน้าชื่อไม่ตรงปก

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.12 น.

6 มีนาคม 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล ซี่งมีผู้ติดตามจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ได้คืบจะเอาศอก..." "สมรสเท่าเทียมก็ให้ไปแล้ว จะเรียกร้องอะไรมากมาย?"​

ประโยคเหล่านี้สะท้อนว่าสังคมยังไม่เข้าใจครับว่าสิ่งที่พวกผมขอ ไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่มันคือการขอคืน "ชีวิตที่ปกติ" ในฐานะ Trans man ที่ทำงานในระดับ CEO และอาจารย์ ผมต้องจ่ายราคาของ "คำนำหน้าชื่อที่ไม่ตรงปก" แพงกว่าที่ใครจะจินตนาการได้


​ความอึดอัดในทุกสายที่โทรเข้า

ทุกครั้งที่มีธนาคารหรือโอเปอเรเตอร์โทรหา ประโยคแรกคือ "ขอสายคุณ..." พอผมรับสายด้วยเสียงนี้ สิ่งที่เจอคือการถูกตั้งคำถามซ้ำๆ "คุณคือเจ้าของเบอร์จริงไหม? ต้องเป็นเจ้าของเบอร์เท่านั่นนะถึงจะให้ข้อมูลได้" บางคนถึงขั้นไม่เชื่อและวางสายใส่ ผมต้องนั่งอธิบายเพศกำเนิดตัวเองวันละหลายรอบ เพียงเพราะหน้าจอเขาไม่ตรงกับเสียงที่เขาได้ยิน ผมต้องบอกว่าผมเป็นทรานส์แมน ซึ่งบางคนยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าคืออะไร และมันเกิดขึ้นกับผมทุกๆวัน

​​สายตาที่จ้องจับผิดหน้าเคาน์เตอร์ ตม.

เวลาไปดีลงานต่างประเทศ สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือการยืนยื่นพาสปอร์ตที่ระบุว่า "Miss" เจ้าหน้าที่มักจะจ้องหน้าสลับกับเล่มพาสปอร์ตซ้ำๆ บางครั้งต้องเรียกเพื่อนมาช่วยดู หรือถามคำถามที่ทำเอาคนทั้งแถวหันมามองผมเป็นตาเดียว วินาทีที่คนอื่นเดินผ่านด่านไปทำงานอย่างสง่างาม แต่ผมกลับต้องมายืนพิสูจน์ตัวเองกลางที่สาธารณะ เพียงเพราะคำนำหน้าชื่อในกระดาษมันโกหกตัวตนของผมอยู่

​เหตุการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดคือ "วันรับประกาศนียบัตร" จากหลักสูตรสำคัญหลักสูตรหนึ่งที่ผมเรียน วันที่ควรจะเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของผม แต่กฎระเบียบในวันนั้นบังคับให้ผมต้องแต่งกายตามเพศกำเนิด นั่นคือการต้องใส่ "ชุดจิตรลดา"

มันคือความกระอักกระอ่วนที่อธิบายไม่ได้ ผมตัดสินใจ "ทิ้ง" พิธีนั้นไปทันที ผมยอมพลาดโอกาสครั้งนั่นในชีวิตเพียงเพราะผมไม่สามารถฝืนความรู้สึกใส่ชุดที่บีบคั้นจิตวิญญาณได้ วันนั้นผมไม่ได้แค่น้ำตาตกในที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตร แต่ผมถามตัวเองว่า "ทำไมแค่การเป็นตัวเอง มันถึงมีราคาที่ต้องจ่ายแพงขนาดนี้?"

ไม่ใช่ "ได้คืบจะเอาศอก" แต่เรากำลังขอ "เอาชีวิตที่ตรงปก" คืนมา

การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยครับ ในโลกของการดีลธุรกิจระดับโลก หรือการเดินทางข้ามประเทศ ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน (Data Mismatch) คืออุปสรรคที่คนทั่วไปไม่เคยเจอ มันคือการสูญเสียประสิทธิภาพเชิงยุทธศาสตร์ในการดำเนินชีวิตครับ

[????] ยุทธศาสตร์ความปลอดภัย: "ทางออก" ที่ไม่ต้องแลกด้วยความเสี่ยง

ผมเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงเรื่อง "ข้อมูลทางการแพทย์" และผมเสนอทางออกที่เป็นวิทยาศาสตร์เพื่อตอบโจทย์ฝ่ายคัดค้านครับ:

* เพศสภาพบนบัตร - เพศกำเนิดในชิป: บัตรประชาชนควรระบุคำนำหน้าตามอัตลักษณ์เพื่อศักดิ์ศรี แต่ในฐานข้อมูลทางการแพทย์ (Digital Health Data) ต้องระบุเพศกำเนิดและประวัติฮอร์โมนไว้อย่างชัดเจนเพื่อการรักษาที่แม่นยำ

* QR Code กู้ชีพ: ในภาวะวิกฤต แพทย์สามารถสแกน QR หลังบัตรเพื่อดู "ข้อมูลชี้เป็นชี้ตาย" เช่น (Trans man - Biological Female) เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการวินิจฉัย

* ความโปร่งใสคือภูมิคุ้มกัน: สิทธิข้ามเพศต้องมาพร้อมความรับผิดชอบในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่บุคลากรทางการแพทย์ นี่คือจุดสมดุลระหว่าง "สิทธิ" และ "ความปลอดภัย" ครับ

[????] ​ โลกไปถึงไหนแล้ว?

ในแคนาดาหรืออเมริกา เขาให้ใช้ เพศ "X" ในพาสปอร์ตเพื่อลดปัญหา Data Mismatch ที่หน้าด่าน

ส่วนในอังกฤษ หน่วยงานต้องเปลี่ยนคำเรียกตามเพศใหม่ทันทีตามกฎหมาย Privacy เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิแบบที่ผมเจอในสายโทรศัพท์ทุกวัน

[????] ​การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ คือการทำให้โลกหยุดตั้งคำถามกับตัวตนของเราในทุกย่างก้าวของชีวิตครับ สังคมที่ก้าวหน้าคือสังคมที่มองเห็น "คน" มากกว่า "กระดาษ"

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจเรามากขึ้นครับ

ขอบคุณครับ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

​#TransMan #GenderRecognition #สิทธิข้ามเพศไม่ใช่สิทธิพิเศษ #ยุทธศาสตร์การคิด #ภูมิคุ้มกันทางความคิด #ณัฏฐ์มงคลนาวิน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top