สอวช.กางผลงานขับเคลื่อนนโยบายด้าน อววน. บูรณาการงบฯ-พัฒนาคน-ยกระดับเศรษฐกิจนวัตกรรมไทย

สอวช.กางผลงานขับเคลื่อนนโยบายด้าน อววน. บูรณาการงบฯ-พัฒนาคน-ยกระดับเศรษฐกิจนวัตกรรมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. เปิดเผยถึงการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ 2568 ว่า สอวช. เดินหน้าทำหน้าที่สำคัญในการวางรากฐานและกำหนดทิศทาง ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ เพื่อสร้างความพร้อมของประเทศให้สามารถรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในอนาคต

ด้านการเพิ่มขีดความสามารถการในแข่งขันเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว สอวช. ยกระดับผู้ประกอบการสู่การขยายขนาด (Scaleup) ทั้งตลาดในและต่างประเทศ ส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจนวัตกรรม ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศ University Holding Company (UHC) โดยร่วมมือกับภาคเอกชน ปัจจุบันมีการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนใน 12 มหาวิทยาลัย สนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพกว่า 110 ราย มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 500 ล้านบาท และพัฒนาแพลตฟอร์มการขยายตลาดของผู้ประกอบการนวัตกรรม (E-Commercial and Innovation Platform: ECIP) เชื่อมงานวิจัยสู่ตลาดจริงทั้งในและต่างประเทศ และได้ส่งเสริมให้เกิดการลงทุน พัฒนาผู้เล่นไทยให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในซัพพลายเชนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อาหาร ชีววิทยาสังเคราะห์ เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นต้น


ในมิติการยกระดับสังคมและการพัฒนาเชิงพื้นที่ การขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility) ได้พัฒนานวัตกรรมช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะ ภายใต้ “โครงการกลไกการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับกลุ่มเปราะบาง” ในพื้นที่นำร่อง ได้แก่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และอ.อุ้มผาง จ.ตาก รวมทั้งพัฒนากรอบการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำด้วย อววน. พ.ศ. 2569–2570 พัฒนาแพลตฟอร์มกลไกบ่มเพาะวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise Incubation Platform: SEIP) ควบคู่กับการสร้างผลกระทบทางสังคมและการพัฒนาพื้นที่

ด้านสิ่งแวดล้อม สอวช. ยกระดับการขับเคลื่อนโครงการ “Net Zero Campus” ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ปัจจุบันได้รับความร่วมมือจาก 92 สถาบัน ขยายผลสู่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างน้อย 100 แห่ง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมทั้งร่วมพัฒนามาตรฐานตัวชี้วัดผู้ประกอบการเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Enterprise Indicator : GEI) และโครงการที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องคือ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ได้แสดงเจตจำนงในระดับนานาชาติ และเตรียมถอดบทเรียนระดับนโยบายประเทศต่อไป

การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สอวช. ได้พัฒนาฐานข้อมูลความต้องการกำลังคน ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการแรงงานใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พ.ศ. 2568–2572 ครอบคลุมทั้งตำแหน่งงานและทักษะที่มีความต้องการสูง รวมถึงได้ออกแบบนโยบายเชิงระบบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนของประเทศผ่านแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง หรือ STEMPlus มีการจ้างงานใหม่ด้าน STEM กว่า 13,000 ตำแหน่ง จากกว่า 200 บริษัท มีผู้ผ่านการฝึกอบรมทักษะแล้วมากกว่า 450,000 คน ในส่วนของกลไกการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) มีข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาแล้วจำนวน 24 ข้อเสนอ ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตรงความต้องการของอุตสาหกรรม มากกว่า 26,620 คน โดยในสาขาเซมิคอนดักเตอร์ มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ แล้วจำนวน 4 แห่ง

ในการวางรากฐาน สอวช. ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบ อววน. ผ่านการปลดล็อกข้อจำกัด และจัดทำกฎหมายลำดับรองในการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาให้เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาในการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ยกระดับผลงานวิจัยและนวัตกรรม นำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ปรับปรุงระบบบริหารของหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMUs) นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมความร่วมมือ อววน. ระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพวิชาการ พัฒนากำลังคน พัฒนาเครือข่ายวิจัย การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งทุนสำหรับการวิจัยและนวัตกรรม

ดร.สุรชัย กล่าวว่า ทุกนโยบายเราทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมมากขึ้น โดยสัญญาณแรก คือการเปลี่ยนแปลงของความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมมากกว่าการแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว สัญญาณต่อมา คือความต้องการด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จากภาคเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยภาคอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัยมากขึ้น โดยเฉพาะในงานวิจัยที่มีความเสี่ยงสูงและใช้เวลาพัฒนาในระยะยาว ตลอดจนสัญญาณจากการพัฒนาพื้นที่จากเชิงโครงการสู่การพัฒนาเชิงระบบนิเวศ ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกันในลักษณะของแพลตฟอร์มกลางมากขึ้น ทั้งนี้ ระบบ อววน. ก็เริ่มมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการร่วมออกแบบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบนวัตกรรมไทย

“ในระยะต่อไป สอวช. จะจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ. 2571–2575 เพื่อระดมศักยภาพของระบบ อววน. แก้ไขปัญหาสำคัญของสังคม เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนตลอดการจัดทำนโยบาย โดยจะพัฒนาระบบนิเวศสนับสนุนให้ Holding Company สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ยกระดับผลงานวิจัยให้พร้อมต่อการลงทุน ในด้านอุตสาหกรรมอนาคต การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ จะเร่งสร้างตลาดอาหารสุขภาพที่ปลอดภัย ขยาย Positive List และพัฒนากลไกสนับสนุนการขึ้นทะเบียนอาหารอนาคต รวมถึงในระยะกลาง–ยาว จะจัดตั้งคอนซอร์เทียมวิจัย–อุตสาหกรรม พัฒนาผลผลิตเกษตรสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคน เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน” ดร.สุรชัย กล่าว

ขณะที่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สอวช. จะมุ่งสร้างจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตปลายน้ำ สู่ผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีต้นน้ำ ผ่านการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตเวเฟอร์ ไปจนถึงการประกอบและทดสอบ สร้างความพร้อมรองรับการลงทุนขนาดใหญ่จากอุตสาหกรรมระดับโลก การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ Photonics, Power Electronics และ Advanced Sensors ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานชั้นนำต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมในระยะยาว

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สอวช. เชื่อมโยงนโยบาย การวิจัย และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบความร่วมมือเชิงโครงสร้างระหว่างหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ที่ครอบคลุมทั้งการผลักดันเชิงนโยบาย การทดสอบเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ระบบราง ขณะที่อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จะมีการผลักดันเทคโนโลยีและกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการใช้งานจริงในพื้นที่ควบคุม และต่อยอดไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

ด้านการพัฒนากำลังคน เช่น การพัฒนากำลังคนเฉพาะทางในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สอวช.จะออกแบบโปรแกรมการพัฒนาที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน เชื่อมโยงกับพันธมิตรระดับโลก เร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ของประเทศ

ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะยกระดับโครงการ Net Zero Campus ให้เป็นยุทธศาสตร์กระทรวง อว. และให้ทั้ง 172 มหาวิทยาลัย เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตั้งนโยบายการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero Emission โดยพัฒนา Net Zero Pathway ของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนในระดับนโยบายจนถึงปฏิบัติ และพัฒนาระบบการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการดำเนินการให้เป็นระบบเดียวกันกับของประเทศ เพื่อเป้าหมายในการรายงานระดับนานาชาติเดียวกัน ส่วนการขับเคลื่อนมาตรฐาน GEI จะผลักดันและขับเคลื่อนผู้ประกอบการโดยใช้ GEI ร่วมกับกลไกนวัตกรรมเชิงระบบที่อยู่ในระหว่างพัฒนากับหน่วยงานที่สามารถออกนโยบายจูงใจเพื่อให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวตลอดทั้งระบบ

จะเห็นได้ว่าผลงานในปี 2568 และการดำเนินงานที่จะก้าวต่อไปในปี 2569 ของ สอวช. ไม่ใช่เพียงการดำเนินโครงการตามภารกิจ แต่เป็นการ “วางรากฐานการเติบโตที่เข้มแข็ง”ของการขับเคลื่อนนโยบายและระบบนวัตกรรมไทย ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาควิจัย ภาคอุตสาหกรรม และพื้นที่พัฒนาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการเติบโตบนฐานความรู้ เทคโนโลยี และความยั่งยืนในระยะยาว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top