ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น

ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.08 น.

24 มีนาคม 2569 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมต้องเลิกอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์

ลงทุนแมน เผยแพร่ข้อความอธิบายเหตุผล ทำไมไทยต้องอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ต่อไป ซึ่งเป็นการมองแบบตื้น ไม่ลึกซึ้ง สรุปย่อดังนี้


[ตลาดกลางซื้อขายน้ำมันดิบ มีอยู่ 3 แห่ง คือ

- น้ำมันดิบดูไบ (Dubai) เป็นน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง

- น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) มีแหล่งผลิตที่อยู่ในทะเลเหนือ

- น้ำมันดิบดับบลิวทีไอ (West Texas Intermediate) เป็นน้ำมันดิบอ้างอิงที่สำคัญในทวีปอเมริกา

ส่วนตลาดกลางซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูป ก็มี 3 แห่ง คือ

- New York Mercantile Exchange (NYMEX) หรือตลาดนิวยอร์ก

- International Petroleum Exchange (IPE) หรือตลาดลอนดอน

- Singapore International Monetary Exchange (SIMEX) หรือตลาดสิงคโปร์

ทำไมเราต้องเลือกตลาดสิงคโปร์ อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูป ?

เพราะระยะทางใกล้ที่สุด และสิงคโปร์สามารถเชื่อมตรงกลางระหว่างลอนดอนและนิวยอร์ก ทำให้สิงคโปร์เป็นตลาดสะท้อนกลไกตลาด

ประเทศไทยเริ่มอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ในปี 1991 โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันหน้าปั๊มและค่าการตลาด

การยกเลิกระบบดังกล่าว ก็เพื่อให้ราคาไทยขึ้นกับกลไกตลาดเสรี ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้เอกชนมีส่วนร่วมในธุรกิจน้ำมันมากขึ้น และเพื่อลดภาระการอุดหนุนราคาน้ำมันของรัฐบาล

ถ้าไทยกำหนดราคาน้ำมันสำเร็จรูปเองจะมีผล 2 ประการ

1. ถ้าราคาไทยต่ำกว่าตลาดสิงคโปร์

โรงกลั่นในประเทศ ก็จะส่งออกน้ำมันไปขายที่อื่นที่ราคาสูงกว่า ทำให้ขาดแคลนในประเทศ

2. ถ้าราคาไทยสูงกว่าตลาดสิงคโปร์

ก็อาจเกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านมาขาย ทำให้รัฐเสียรายได้จากการเลี่ยงภาษี

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตการขนส่งในไทยเพิ่มขึ้น จนไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และค่าครองชีพของคนไทยสูงขึ้น

ผู้ค้าน้ำมันในประเทศก็จะไม่ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น และหันมานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์แทน

และจะส่งผลให้โรงกลั่นขาดรายได้ และขาดกำไรที่จะนำไปพัฒนา ลงทุน

แต่การอ้างอิงสิงคโปร์มีข้อเสีย

1. การอิงราคาสิงคโปร์ มีการบวก "ค่าขนส่งและค่าประกันภัยเสมือน" เข้าไปด้วย

กลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ราคาที่ขายคนไทยสูงกว่าต้นทุนการผลิตจริง

2. การเก็งกำไรในตลาดโลก สงคราม จะตกเป็นภาระของผู้บริโภคไทยทันที

นอกจากนี้ ยังมีกำไรลาภลอย (Windfall Profit) ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน โรงกลั่นไทยจะได้กำไรจากส่วนต่างราคาที่อิงตลาดโลกไปด้วย

สรุปแล้ว การอ้างอิงราคาสิงคโปร์ คือการเลือกความมั่นคงของระบบ และความเป็นสากล เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลนและโรงกลั่นจะยังสามารถดำเนินการอยู่ได้ในระบบการค้าเสรี

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็แลกมาด้วยการที่ประชาชนต้องแบกรับต้นทุน "ราคาเสมือนนำเข้า" และความผันผวนจากตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้]

ผมวิจารณ์ ดังนี้

หนึ่ง การแข่งขันในไทยไม่เสรีอย่างแท้จริง

มีธุรกิจพลังงานไทยบางรายเป็นยักษ์ใหญ่ ในสภาวะเช่นนี้ ยิ่งใช้กลไกตลาดเสรี ก็จะยิ่งเปิดให้ธุรกิจยักษ์ใหญ่มีกำไรสูงกว่าคนอื่น

กลไกตลาดเสรี นั้น ถึงแม้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ใช้ได้เฉพาะกรณีถ้าหากมีการแข่งขันเสรีจริงๆ

สภาวะในไทย เป็นตลาดผูกขาดโดยกลุ่ม เรียกว่า Oligopoly

รัฐบาลในอดีตผิดพลาด อนุญาตให้ข้าราชการกระทรวงพลังงานไปเป็นบอร์ดในบริษัทเอกชน ทั้งที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลธุรกิจ

ข้าราชการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงอาจชักจูงใช้รัฐบาลใช้กติกากลไกตลาดเสรี ทั้งที่สภาพตลาดไทยยังเป็น Oligopoly

ส่วนประเด็นการอุดหนุนราคาน้ำมันของรัฐบาล นั้น เป็นคนละเรื่องกัน การเอามาบรรยายรวมกัน ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด

สอง ปัญหาค่าใช้จ่ายทิพย์

การอ้างอิงราคาน้ำมันตลาดโลก เป็นหลักการที่ถูก เพราะถ้าเกิดการบิดเบือน จะทำให้น้ำมันขาดแคลน

แต่มีการอ้างอิงได้สองแบบ แบบฉลาด และแบบไม่ฉลาด

การอ้างอิงแบบไม่ฉลาด คืออ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซิน/น้ำมันดีเซล เป็นต้น)

การอ้างอิงแบบฉลาด คืออ้างอิงเฉพาะราคาน้ำมันดิบ (crude oil)

การอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้โรงกลั่นในไทยสามารถบวกค่าใช้จ่ายทิพย์ คือ ค่าขนส่งเรือ ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง บวกเข้าไปในราคาขายให้แก่คนไทย

ทั้งที่โรงกลั่นในไทย ไม่ได้ควักกระเป๋าจ่ายจริง ไม่เป็นธรรมแก่คนไทยอย่างยิ่ง

สาม ปัญหากำไรลาภลอย

เมื่อใดสภาวะตลาดโลกเกิดวิกฤต เมื่อใดที่การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ได้น้อยกว่าปริมาณใช้ ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบ จะกว้างออก

จะทำให้โรงกลั่นในต่างประเทศได้กำไรลาภลอย

การอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้โรงกลั่นในไทยสามารถบวกกำไรลาภลอยไปด้วย ทั้งที่ต้นทุนการกลั่นต่อลิตรในประเทศไทย ไม่ได้สูงขึ้น

ในวิกฤตครั้งนี้ อิหร่านได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ในประเทศอาหรับ จึงทำให้โรงกลั่นทั่วโลกได้กำไรลาภลอย และจะกำไรต่อเนื่องไปอีกนาน

รัฐบาลนี้ยังไม่ดำเนินการแก้ไข

สี่ การอ้างอิงราคาตลาดโลกแบบฉลาด

คืออ้างอิงเฉพาะราคาน้ำมันดิบ crude oil โดยรัฐบาลประกาศราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ให้เป็นมาตรฐานเฉลี่ยรายสัปดาห์

โรงกลั่นใดสามารถซื้อได้ในราคาต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ถือเป็นความสามารถ ไม่ถือเป็นกำไรลาภลอย

โรงกลั่นใดมั่วซื้อในราคาสูงกว่ามาตรฐาน ก็ถือเป็นไร้ความสามารถ ต้องรับขาดทุนไปเอง

รัฐบาลควรกำหนดให้โรงกลั่นคิดราคาขายน้ำมันสำเร็จรูป ตามฐานราคาน้ำมันดิบมาตรฐานที่ประกาศเท่านั้น

คือ ห้ามโรงกลั่นมิให้บวกกำไรเกินกว่าราคาน้ำมันดิบมาตรฐาน เพื่อให้เป็นธรรมแก่คนไทย

สำหรับผลประโยชน์แก่โรงกลั่น รัฐบาลควรกำหนดอัตราค่าการกลั่นต่อลิตร refinery margin เป็นตัวเลขตายตัว ปรับทุก 3 เดือน

ให้เป็นเพดานที่คำนวณแล้วโรงกลั่นมีกำไรพอควร พอคุ้มทุน แต่ไม่ให้มีกำไรเกินควร

วิธีนี้ จะทำให้เป็นธรรม ทั้งแก่โรงกลั่น และแก่ประชาชน

ห้า ข้อกังวลเรื่องส่งออก

ขณะนี้ ประเทศไทยมีกำลังผลิต capacity ในโรงกลั่นน้ำมัน เกินกว่าการใช้ในประเทศประมาณ 1 ใน 5 โรงกลั่นไทยจึงมีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเป็นประจำ

และราคาส่งออก ก็ต่ำกว่าราคาขายในประเทศ

สำหรับข้อกังวลว่า ถ้าราคาไทยต่ำกว่าตลาดสิงคโปร์ โรงกลั่นในประเทศ ก็อาจหันมาส่งออกน้ำมันไปขายที่อื่นที่ราคาสูงกว่า ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในประเทศ นั้น

จะไม่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลออกประกาศสั่งให้โรงกลั่นน้ำมันจะต้องเก็บรักษาน้ำมันไว้ให้พอสำหรับการใช้ในประเทศเสมอ

ส่วนข้อกังวลว่า ถ้าราคาไทยสูงกว่าตลาดสิงคโปร์ อาจเกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านมาขาย ทำให้รัฐเสียรายได้จากการเลี่ยงภาษี นั้น จะไม่เกิดขึ้น

เพราะสูตรการควบคุมอัตราค่าการกลั่นต่อลิตร refinery margin เป็นตัวเลขตายตัว ปรับทุก 3 เดือน ให้เป็นเพดานที่คำนวณแล้วโรงกลั่นมีกำไรพอควร ดังที่บรรยายข้างต้นนั้น ราคาไทยจะไม่สูงกว่าตลาดสิงคโปร์

สรุปแล้ว ประชาชนคนไทยควรมองให้ทะลุเจตนาของบุคคล ที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อประโยชน์แก่บริษัทยักษ์ใหญ่พลังงาน

วันที่ 24 มีนาคม 2569
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
Facebook Thirachai Phuvanatnaranubala
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
(เครดิตภาพตามแหล่งที่แสดงชื่อ)

หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และเผยแพร่ในฐานะเป็นความเห็นส่วนตัว มิใช่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใด
https://www.facebook.com/share/1EWjf1RQHX/

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top