วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
อย่าให้คิดผิดที่เลือกมา! ชูวิทย์ จี้รัฐแจงราคาต้นทุนน้ำมันจริง ลั่นถึงเวลานายกฯ หนู ต้องเลือกปชช.

อย่าให้คิดผิดที่เลือกมา! ชูวิทย์ จี้รัฐแจงราคาต้นทุนน้ำมันจริง ลั่นถึงเวลานายกฯ หนู ต้องเลือกปชช.

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.43 น.

ชูวิทย์ กลับมาแล้ว! ซัดเดือดปมน้ำมันแพง จี้รัฐแจงราคาต้นทุนจริง หลังราคาไม่เป็นธรรม มีไอ้โม่งนายทุนสต็อกน้ำมัน รอขายราคาสงคราม ถามกำไรมหาศาลเข้ากระเป๋าใคร ลั่นถึงเวลานายกฯ หนู ต้องเลือก ปชช. อย่าให้คิดผิดที่เลือกมา

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "สงครามของคนไทย มีคนจำนวนมากถามถึงผมว่าหายไปไหน สังขารของผมก็เช่นเดียวกับผู้ป่วยมะเร็งทั่วไปที่มีขึ้นมีลง เพราะเป็นการรักษาแบบประคับประคองไม่ใช่การรักษาให้หาย จึงมีช่วงที่ผมต้องไปเข้าเงียบเพื่อให้จิตใจนิ่ง ส่งผลให้ร่างกายไม่ทุกข์ทรมานมาก


เรื่องสำคัญของบ้านเมืองขณะนี้ คือ “น้ำมัน“ จริงอยู่ว่าสภาวะสงคราม อิหร่าน-สหรัฐ อิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก นายกฯ หนู ออกมาขอโทษว่าคาดผลของสงครามผิดว่าจะจบเร็ว จึงตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน แต่เมื่อสงครามไม่ได้จบอย่างที่คาด ทำให้ต้องปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวขึ้นถึง 6 บาท ในครั้งเดียว และเมื่อราคาขึ้น ทุกปั๊มกลับมีน้ำมันให้เติมสบายๆ ทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าชาวบ้านต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ท้ายสุดเจอป้าย “น้ำมันหมด“

อย่างนี้มันน่าสงสัยในหัวอกของประชาชนว่ามีการกักตุนน้ำมัน และสวาปามผลต่างบนความเดือดร้อนของประชาชน ราคาน้ำมันขึ้นเพราะสงคราม ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ แต่สิ่งที่น่าสงสัย ในเมื่อเรามีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง รับน้ำมันดิบจากต่างประเทศล่วงหน้ามาแล้วถึง 3 เดือนในขณะที่ยังไม่มีสงคราม เท่ากับปัจจุบันยังมีน้ำมันดิบเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศด้วย “ต้นทุนเดิม” แต่ทำไมเราถึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ในปัจจุบันที่มีสงครามแล้ว มาเป็นฐานในการปรับขึ้นราคาตอนนี้?

รัฐบาลควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ “ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริง” มากกว่า “ต้นทุนทิพย์“ พ่อค้าทุกคนย่อมสามารถแจงต้นทุนสินค้าที่ตัวเองขายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายลูกชิ้น หรือขายน้ำมัน แต่น้ำมันกลับเป็นเรื่องยุ่งยาก และเกรงที่จะชี้แจง “ต้นทุนที่แท้จริง“ ให้ประชาชนทราบ

หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงต้นทุนน้ำมันที่ขายให้ประชาชนได้ ก็ย่อมเป็น “การค้าที่ผิดปกติธุระ“ คือขายโดยมี ”นายทุนใหญ่” ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แอบทำกำไรมากเกินกว่าที่ควรได้บนความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย

คิดฐานราคาน้ำมันของวันที่มีสงครามตอนนี้ ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันที่ได้มาเป็นราคาก่อนช่วงสงคราม มันจึงเป็นการ “ตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม“ อย่างยิ่งกับประชาชน เหมือนซื้อหุ้นตอนถูก แล้วรอจังหวะขายตอนราคาขึ้น แต่นี่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่จะมาเก็งกำไรใส่กระเป๋าเอาตอนนี้

ผลต่างของต้นทุนช่วงที่ไม่มีสงคราม กับตอนมีสงครามกลายเป็น “กำไรมหาศาล“ ที่เข้ากระเป๋าใคร? รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการชี้แจงให้ชัดเจน หากจะบีบไข่ให้ “ไอ้โม่งนายทุน” คายกำไรคืนให้ประชาชนได้ นายกฯ หนู ก็ต้องทำ ในสถานการณ์เช่นนี้ผมว่าประชาชนจะเข้าใจได้ง่าย หากยอมพูดออกมาตรงๆ นายกฯ จะได้รับการยกย่องแทนการถูกตำหนิ

แต่การให้คุณพิพัฒน์เป็นหนังหน้าไฟมาฟังคำแนะนำจากประชาชนคงไม่น่าเป็นสิ่งที่ควร เพราะนอกจากคุณพิพัฒน์เป็นผู้มีความรู้เรื่องน้ำมันดี มีประสบการณ์มากมายเพราะค้าขายน้ำมันจนร่ำรวย ยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาทำหน้าที่อีกด้วย

แม้การเลือกระหว่าง “นายทุน“ กับ ”ประชาชน” จะยากลำบากสำหรับนักการเมือง แต่เมื่อถึงเวลาบ้านเมืองวิกฤตนักการเมืองทุกคนต้องเลือกประชาชนมากกว่านายทุน เพราะประชาชนจำนวนมากเลือกพรรค เลือก สส. ของภูมิใจไทยมากสุดจนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

อย่าให้ประชาชนบอกว่า “คิดผิดที่เลือกมา” ประชาชนอย่างพวกผมต้องพึ่งรัฐบาลในขณะนี้ หากท่านทำพัง ประชาชนก็พังไปด้วย มันถือเป็น “สงครามของคนไทย“ ที่ต้องเอาตัวรอดไปวันๆ "

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top