วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองในทุกเช้าที่ตื่นนอนขึ้นมาและก้าวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวว่า พฤติกรรมการขับถ่ายที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ปกติหรือไม่ บางคนก็กังวลที่ไม่ได้ถ่ายทุกวันจนต้องพึ่งยาระบาย หรือบางคนเลือกที่จะวิธธรรมชาติเข้าช่วยอย่างการทานทักหรือผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ในขณะที่บางคนกลับต้องเข้าห้องน้ำวันละหลายรอบจนกลายเป็นความเคยชิน ซึ่งความสงสัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นที่เหล่านักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะมันคือสัญญาณจากลำไส้อาจบ่งบอกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายได้มากกว่าที่คิด
วันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะขออาสาพาทุกท่านไปเจาะลึกคำตอบเรื่องนี้ ผ่านมุมมองทางการแพทย์ที่อาจเปลี่ยนความเชื่อเดิม ๆ ของคุณไปตลอดกาล
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ในวงการแพทย์มักจะกล่าวว่าความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภาวะสุขภาพโดยรวม ซึ่งล่าสุดทาง นายแพทย์หวง สวาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปอดและเวชศาสตร์ผู้ป่วยวิกฤต ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจผ่านพื้นที่ส่วนตัว โดยอ้างอิงถึงงานวิจัยเชิงลึกขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง BMJ Open ซึ่งทำการติดตามพฤติกรรมและสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างเกือบ 500,000 คน เป็นระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี
ซึ่งผลการวิจัยชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่าหากเราใช้กลุ่มคนที่มีการขับถ่ายอุจจาระวันละ 1 ครั้งเป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ จะพบว่าผู้ที่มีความถี่ในการขับถ่ายที่ สูงเกินไป หรือ ต่ำเกินไป ล้วนมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
สำหรับผู้ที่มีความถี่ในการขับถ่ายสูงกว่า 1 ครั้งต่อวัน ผลการศึกษาพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับโรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว รวมไปถึงโรคไตเรื้อรัง เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 10–30% ในขณะที่กลุ่มผู้ที่มี ความถี่ในการขับถ่ายต่ำกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กลับมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองแทน
อย่างไรก็ตาม นายแพทย์หวง สวาน ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินไปว่า ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นเพียงการแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของตัวเลขเท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง กล่าวคือ พฤติกรรมการขับถ่ายที่ผิดปกติไปจากเดิมอาจเป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายส่งออกมาเพื่อให้เราหันไปตรวจสอบปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน มากกว่าจะเป็นการระบุว่าการขับถ่ายบ่อยเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคเหล่านั้นขึ้นมาเอง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
นอกจากเรื่องของจำนวนครั้งแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือ ลักษณะของอุจจาระ ซึ่งคุณหมอหวง สวาน ได้จำแนก 4 สัญญาณอันตรายที่ต้องระวังไว้ ดังต่อไปนี้
อุจจาระที่มีเลือดปนหรือเป็นหนอง มักมีสาเหตุมาจากการอักเสบ การติดเชื้อภายในลำไส้ หรือในกรณีร้ายแรงอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
อุจจาระที่มีลักษณะมัน บ่งบอกถึงความผิดปกติของตับอ่อน ส่งผลให้ระบบการดูดซึมไขมันทำงานได้ไม่สมบูรณ์
อุจจาระสีขาวอมเทา มักเกี่ยวข้องกับการอุดตันของท่อน้ำดี หรือมีปัญหาที่ระบบตับและถุงน้ำดี
อุจจาระที่มีลักษณะบางและแบนลง เป็นสัญญาณที่ต้องระวังเรื่องเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ที่อาจโตขึ้นจนไปกดทับช่องทางเดินอุจจาระทำให้ลักษณะทางกายภาพของสิ่งที่ขับถ่ายออกมาเปลี่ยนไป
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ท้ายที่สุดนี้ นายแพทย์หวง สวาน ยืนยันว่าเราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกฎเกณฑ์ที่ว่าต้องขับถ่ายวันละ 1 ครั้งเสมอไป ตราบใดที่การขับถ่ายนั้นยังคงมีความสม่ำเสมอ เป็นไปอย่างราบรื่น และไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือความรู้สึกผิดปกติร่วมด้วย แต่หากวันใดก็ตามที่ระบบขับถ่ายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันหรือมีสัญญาณเตือน 4 ประการข้างต้นปรากฏขึ้น การตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดคือทางเลือกที่ดีที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก health.setn.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี