วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 20 เมษายน 2569 รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล นักวิชาการเศรษศาสตร์การเมืองจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ถึง กรณีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยภักดี ได้เสนอให้ยกเลิกเงินทุนเลี้ยงชีพ สส. (บำนาญ สส.) จนเกิดเป็นกระแสประชาชนเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ปรากฏว่า มีเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเศรษฐกิจที่แสดงจุดยืนไม่รับบำนาญ ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นไม่ได้นำพาต่อเสียงเรียกร้องและความรู้สึกของประชาชนแต่อย่างใด
ผู้เขียนขอนำเสนอการเปลี่ยนแปลงระบบบำนาญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเทศอิตาลีที่เคยเอารัดเอาเปรียบประชาชนมาอย่างยาวนาน กล่าวคือ ก่อนปี 2561 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดำรงตำแหน่งและสมทบเข้าระบบเพียง 4 ปีครึ่ง จะได้รับเงินบำนาญเมื่อถึงวัยเกษียณประมาณ 1,000 ยูโรต่อเดือน ในขณะที่ชาวอิตาลีจำนวนมากต้องทำงานและสมทบจนถึงวัยเกษียณจึงจะได้รับเงินบำนาญจำนวนข้างต้น
ระบบบำนาญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีในอดีตจึงมีลักษณะปลาใหญ่กินปลาเล็ก เป็นโครงสร้างที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะเงินภาษีอากรจำนวนมากถูกนำไปเลี้ยงดูสมาชิกรัฐสภา แทนการนำไปใช้พัฒนาประเทศ หรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
การศึกษาของสถาบันวิจัยในกรุงโรมพบว่า การยกเลิกบำนาญของสมาชิกรัฐสภา จะช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐได้ปีละกว่า 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,280 ล้านบาทต่อปี)ชาวอิตาลีจำนวนมาก
เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบบำนาญ สส. ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประชาชน ส่งผลให้ในปี 2561 พรรค 5-Star Movement ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และพรรค League ที่ร่วมรัฐบาล ได้มีมติยกเลิกบำนาญของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ่ายเงินสมทบประกันสังคมผ่านระบบ INPS อย่างน้อย 20 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มคนอาชีพอื่น ก่อนที่จะได้รับเงินบำนาญในวัยเกษียณ
ลุยจิ ดิ มาโย หัวหน้าพรรค 5-Star Movement กล่าวว่า การทำให้ชาวอิตาลีทุกคนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน ด้วยการยกเลิกระบบบำนาญของผู้แทนปวงชนที่มีอภิสิทธิเหนือประชาชน คือความฝันที่กลายเป็นความจริง เป็นการแสดงให้เห็นว่า ความอยุติธรรมได้ถูกลบล้างไป
สำหรับประเทศไทย ระเบียบกองทุนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567 กำหนดให้สมาชิกรัฐสภาที่ดำรงตำแหน่งและจ่ายเงินสมทบเดือนละ 3,500 บาท คิดเป็นประมาณ 3% ของเงินเดือน เพียง 1 ปี สามารถรับเงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ) เดือนละมากกว่า 21,000 บาท ตลอดไปได้ทันทีเมื่อพ้นจากสมาชิกภาพ โดยไม่ต้องจ่ายสมทบเงินใดๆ เพิ่มเติม ในขณะที่ข้าราชการ และผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จะได้รับเงินบำนาญเมื่อทำงานจนถึงวัยเกษียณ
การกำหนดหลักเกณฑ์รับเงินบำนาญของสมาชิกรัฐสภาประเทศไทย จึงเป็นกรณีที่อยุติธรรมยิ่งกว่าการรับเงินบำนาญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิตาลีในอดีต นอกจากนี้ ยังขัดต่อหลักทางการคลังที่รัฐมีหน้าที่นำเงินภาษีอากรไปช่วยเหลือการดำรงชีพระยะยาวเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น คนชรา คนพิการ และคนยากจน
เมื่อสมาชิกรัฐสภาเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยทำงาน ไม่ใช่คนง่อยเปลี้ยเสียขา จึงไม่มีเหตุผลและความชอบธรรมใดๆ ที่จะต้องนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปเลี้ยงดูคนกลุ่มนี้ตลอดชีวิต
ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด จึงสมควรใส่ใจต่อข้อเรียกร้องที่เป็นเหตุเป็นผลของประชาชน ด้วยการเปลี่ยนแนวทางการรับเงินเลี้ยงชีพรายเดือน (บำนาญ) ของสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นระบบที่ผู้แทนปวงชนตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของตนเองแบบวิปริตผิดแผกแตกต่างจากนานาอารยประเทศ ให้มาอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันกับประชาชน ดังเช่นที่หัวหน้าพรรค 5-Star ได้ทำความฝันของชาวอิตาลีให้กลายเป็นความจริงมาแล้ว!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี