533.jpg
ศึกแลนด์บริดจ์ พักยก! รัฐบาลถอนฟืนจากกองไฟ

ศึกแลนด์บริดจ์ พักยก! รัฐบาลถอนฟืนจากกองไฟ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

ประเด็นถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดในเวลา คงจะไม่มีอะไรเกินเรื่องของโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน หรือ "แลนด์บริดจ์" ระหว่างฝั่งอ่าวไทยที่ จ.ชุมพร กับฝั่งอันดามันที่ จ.พังงา มูลค่าโครงการร่วม 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หยิบขึ้นมาปัดฝุ่นผลักดันอีกครั้ง หลังมีการจุดพลุมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา , เศรษฐา ทวีศิลป์ , แพทองธาร ชินวัตร

บรรดาผู้คัดค้านซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเอ็นจีโอในพื้นที่ภาคใต้ และนักวิชาการ ได้ออกมาเคลื่อนไหวทั้งแสดงความคิดเห็นผ่านสาธารณะ การลงชื่อคัดค้าน กระทั่งมีการนัดชุมนุมคัดค้านแลนด์บริดจ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 มิถุนายน


ประเด็นที่แหลมคมที่สุดประเด็นหนึ่งของการคัดค้านคือความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ของโครงการ ซึ่งแม้มีข้อมูลว่ารัฐบาลสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ทำการศึกษา และสรุปว่าโครงการจะช่วยลดระยะเวลาการเดินเรือและลดต้นทุนได้จริง แต่ข้อมูลนี้ถูกคัดค้านอย่างหนักโดยนักวิชาการและผู้ประกอบการเดินเรือระดับสากล

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ได้ ชี้ว่าหัวใจของการเดินเรือตู้คอนเทนเนอร์คือความต่อเนื่องของการขนส่ง การที่เรือต้องมาเทียบท่าเพื่อยกตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือ ขนขึ้นรถไฟหรือรถบรรทุกเพื่อเดินทางผ่านรางรถไฟ หรือถนนมอเตอร์เวย์ แล้วไปยกขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง เป็นกระบวนการที่เพิ่มต้นทุนมหาศาลและอาจใช้เวลามากกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาเสียด้วยซ้ำ

ขณะที่ในมิติของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการแลนด์บริดจ์ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลอันดามันและอ่าวไทย พื้นที่โครงการในจังหวัดระนองตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญระดับโลก โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนและหมู่เกาะที่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นบัญชีเบื้องต้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ การถมทะเลขนาดใหญ่กว่า 7,000 ไร่ ในฝั่งอันดามันจะทำลายระบบนิเวศแนวปะการังน้ำตื้นและน้ำลึก แหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพะยูน และป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลสำคัญว่า พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก ยูเนสโก ตั้งแต่ปี 2565 ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติ 6 แห่งทางฝั่งอันดามัน รวมพื้นที่กว่า 7 แสนไร่

พื้นที่ที่ได้รับการเสนอชื่อประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 6 แห่ง

1. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง

2. อุทยานแห่งชาติแหลมสน (จ.ระนอง-พังงา)

3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน (จ.พังงา)

4. อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง (จ.พังงา)

5. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์-หมู่เกาะสิมิลัน-แหลมสน (รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง)

6. อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (จ.ภูเก็ต)

นอกจากนี้ ข้อกังวลที่รุนแรงที่สุดประเด็นหนึ่งของภาคประชาชนคือร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.SEC ซึ่งถูกมองว่าเป็นกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจเหนือกว่ากฎหมายปกติหลายฉบับ เครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.SEC เป็นเครื่องมือในการ "แย่งยึดที่ดิน" จากชาวบ้านเพื่อมอบให้แก่กลุ่มทุนข้ามชาติ มาตราต่างๆ ในร่างกฎหมายนี้ให้อำนาจรัฐในการเวนคืนที่ดินเกษตรกรรมเพื่อนำไปทำนิคมอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินได้ยาวนานถึง 99 ปี

นายบรรจง นะแส อดีตนายกสมาคมรักษ์ ทะเลไทย แกนนำเอ็นจีโอภาคใต้ ตั้งคำถามน่าสนใจว่า "ภาคใต้มีคนราวๆ 12 ล้าน แลนด์บริดจ์จะได้ทำงานสองแสน ในขณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม/อาชีพของผู้คนเป็นหลักล้าน ถามตรงๆ โครงการนี้เพื่อ?"

ด้าน นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำอีกคน บอกว่า เป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่แลนด์บริดจ์แต่คือ การสร้างรัฐอิสระของต่างชาติ ภายใต้ พ.ร.บ.SEC

ทั้งนี้ ฝ่ายคัดค้านในกำหนดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ โดยประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน โดย นายบรรจง นะแส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ว่า “ผมมองว่ารัฐบาลท่านอนุทินนี่ ท่านไม่เคยเจอการชุมนุมต่อต้านครั้งใหญ่ และครั้งเนี้ยท่านจะได้เห็น ผมเชื่ออย่างงั้น... เขาต้องลุกขึ้นสู้แน่นอน ผมฟันธง 100%”

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจของนิด้าโพล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค.69 กลับปรากฏตัวเลขที่น่าสนใจ ว่า ประชาชนภาคใต้ส่วนใหญ่สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใสโดยร้อยละ 34.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วยซึ่งก็อาจจะพอทำให้รัฐบาลมีต้นทุนความกล้าที่จะลุยไฟเดินหน้าโครงการต่อไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล เหมือนจะประเมินกระแสการคัดค้านว่ามีน้ำหนักและการจัดขบวนทัพที่แข็งแกร่ง ประกอบกับคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลรายละเอียดโครงการมากนัก ด้วยสไตล์การเมืองที่ยืดหยุ่นของนายอนุทิน จึงได้ตัดสินใจถอนฟืนออกจากกองไฟ และตั้งคณะกรรมการศึกษารายละเอียดขึ้นมา 1 ชุด ให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยให้เวลาศึกษา 90 วัน

และล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการรื้อฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่เดินทางลงพื้นที่ตามกำหนดเดิมในวันที่ 8 พฤษภาคม เพราะจะรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการชุดของนายเอกนิติ ซึ่งจะทำการศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งผลกระทบ และผลที่ประเทศจะได้รับจากโครงการ

จะเรียกว่าถอยมาตั้งหลักก่อน ก็ไม่ผิดนัก!

ขณะที่ท่าทีของฝ่ายคัดค้าน "ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์" ได้รับการยืนยันว่า แม้จะพักไปก่อน เพื่อรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการที่นายกฯตั้งขึ้น 90 วัน แต่ถ้าไม่มีคำตอบชัดเจน ให้ชาวบ้านพอใจก็จะเดินหน้าคัดค้านต่อไปอย่างแน่นอน

สำหรับโครงการเมกะโปรแจกมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมผลกระทบที่หลายฝ่ายกังวัลใจ นี่อาจเป็นเพียงแค่ปฐมบท ซึ่งการประลองกำลังยกแรก รัฐบาลเหมือนจะหยั่งเชิงดูว่า หากเปิดประประเด็นนี้สังคมจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เมื่อโดนกระแสต้านอย่างเป็นระบบขณะที่ฝ่ายรัฐยังจัดกระบวนทัพไม่เรียบร้อย ก็ต้องถอยไปก่อน

จึงยังต้องติดตามไม่ละสายตาว่า บทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top