วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
22 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์ข้อความระบุว่า เวทีมลายู หรือเวทีการเมือง? เมื่อผู้สนับสนุน BRN ชูอัตลักษณ์มลายูบิดประวัติศาสตร์ไทย และคำถามถึง พรรคPAS ก็เลี่ยงไม่ได้
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ มูฮัมหมัด อาลาดี เด็งนิ พร้อมถ้อยคำที่ถูกวิพากษ์ว่าเป็นการโจมตีประเทศไทยและปลุกเร้าแนวคิดไม่ยอมอยู่ภายใต้รัฐไทย ทำให้สังคมเริ่มย้อนตรวจสอบว่าเขาไปพูดบนเวทีใดกันแน่ ก่อนจะพบความเชื่อมโยงไปยังงาน “The 5th International Assembly for Ummah Unity / Himpunan Alam Melayu 2026” ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ว่าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 เมษายน 2026 ที่ Kompleks Sukan Negeri Terengganu รัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย โดยเว็บไซต์ Harakah Daily ลงข่าวประชาสัมพันธ์งานนี้อย่างชัดเจน
ในทางรูปแบบ งานนี้ถูกเสนอว่าเป็นการประชุมเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของชาวมุสลิมและการรวมตัวของโลกมลายู แต่เมื่อมองในทางการเมืองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริบทของงานมีความละเอียดอ่อน เพราะ Harakah Daily เป็นสื่อที่เชื่อมโยงกับพรรค PAS และรัฐตรังกานูก็เป็นพื้นที่ที่ PAS มีอิทธิพลทางการเมืองสูงมาก โดยหลังการเลือกตั้งสภารัฐปี 2023 ฝ่ายที่นำโดย PAS และพันธมิตรได้ครองที่นั่งทั้งหมด 32 ที่นั่ง ขณะที่ตัวพรรค PAS เองก็มีฐานเสียงสำคัญในรัฐชายฝั่งตะวันออกและภาคเหนือของมาเลเซีย รวมถึงตรังกานูด้วย
อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การพูดเรื่อง อัตลักษณ์มลายู เพราะอัตลักษณ์ทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและควรได้รับความเคารพในสังคมพหุวัฒนธรรม แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การนำอัตลักษณ์นั้นไปใช้ในลักษณะที่ บิดเบือนประวัติศาสตร์ และพยายามยัดความหมายทางการเมืองแบบด้านเดียวให้กับผู้ฟังต่างประเทศ การทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดสันติภาพหรือความเข้าใจระหว่างผู้คนในพื้นที่ ตรงกันข้าม มันมีแนวโน้มจะทำให้ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างชุมชน วัฒนธรรม และรัฐ ถูกลดทอนให้เหลือเพียงภาพง่าย ๆ ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้กดขี่กับผู้ถูกกดขี่
ทั้งที่ในความจริง พื้นที่ชายแดนใต้ไม่เคยมีประวัติศาสตร์แบบเส้นตรงหรือมีคำอธิบายเพียงด้านเดียว แต่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของการอยู่ร่วมกัน การปรับตัว การผสมผสาน และการเปลี่ยนผ่านตามยุคสมัย การหยิบเอาเพียงบางช่วงบางตอนมาประกอบเป็นเรื่องเล่าทางการเมือง แล้วตัดส่วนที่ไม่เข้ากับข้อสรุปของตนทิ้งไป จึงไม่ใช่การอธิบายประวัติศาสตร์อย่างซื่อสัตย์ หากแต่เป็นการใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างแรงหนุนทางความคิดและอารมณ์
ที่สำคัญ การนำประเด็นนี้ไปพูดบนเวทีต่างประเทศ ยังสะท้อนปัญหาอีกระดับหนึ่ง คือความพยายามสร้างความชอบธรรมผ่าน “สายตาคนนอก” มากกว่าการถกเถียงกับสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมา หากเชื่อว่าตนเองกำลังเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จริง ก็ควรพร้อมเผชิญกับการตรวจสอบทางวิชาการ การโต้แย้งด้วยหลักฐาน และการอภิปรายในพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้าง แต่เมื่อเลือกใช้เวทีที่รายล้อมด้วยผู้ฟังซึ่งมีแนวโน้มจะเห็นพ้องอยู่แล้ว การพูดเช่นนี้จึงดูคล้ายการตอกย้ำเรื่องเล่าเดิมเพื่อสร้างแรงหนุนทางการเมือง มากกว่าจะเป็นการอธิบายอดีตอย่างตรงไปตรงมา
ในท้ายที่สุด ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเมื่อประวัติศาสตร์ถูกใช้แบบเลือกข้าง ตัดตอน และผลักผู้คนให้มองกันเป็นศัตรู ก็ย่อมไม่เหลือพื้นที่สำหรับข้อเท็จจริงที่ซับซ้อน และไม่เหลือพื้นที่สำหรับการอยู่ร่วมกันในอนาคต คำถามที่สังคมไทยจำเป็นต้องถามอย่างตรงไปตรงมาก็คือ พรรค PAS กำลังเพียงสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมเท่านั้น หรือแท้จริงแล้วกำลังเปิดพื้นที่ให้แนวคิดที่กระทบต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยได้รับความชอบธรรมมากขึ้นหรือไม่?
.jpg)
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี