วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 27 พฤษภาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิเคราะห์วาทกรรม ระบอบสีน้ำเงิน ของ เท้ง แกนนำพรรคประชาชน โดยตั้งคำถามให้สังคมช่วยกันคิดแยกแยะว่า ภายใต้คำนิยามที่ว่า ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย นั้น แท้จริงแล้วมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังอำนาจที่แท้จริง โดยมีข้อความว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย” และเท้ง “อยากให้ทุกคนช่วยกันวิเคราะห์และคิดตามว่าภายใต้ระบอบสีน้ำเงินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง” อัษฎางค์ อาสามาช่วย “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ”
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน” ในปากเท้ง ไม่ได้หมายถึงภูมิใจไทยเท่านั้น แต่หมายถึงโครงข่ายอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เขามองว่าควบคุมการเมืองเหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ถ้าถามว่า มีนัยแตะสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่? คำตอบคือ มีเหตุให้สังคมสงสัยได้ แต่ยังต้องพูดอย่างระวังว่าเป็น ‘นัยทางการเมือง’ ไม่ใช่คำรับสารภาพโดยตรง เพราะในคำสัมภาษณ์นี้ เขาไม่ได้พูดคำว่า “พระมหากษัตริย์” หรือ “สถาบันพระมหากษัตริย์” โดยตรง เขาพูดถึงรัฐธรรมนูญ 2560, ยุทธศาสตร์ชาติ, องค์กรอิสระ, สว. และอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง แต่เมื่อเอาไปผสานกับพฤติกรรมและแนวทางของเครือข่ายพรรคส้มที่ผ่านมา ภาพมันไม่หยุดแค่ภูมิใจไทยจริง ๆ
.jpg)
เพราะ… หนึ่ง พรรคประชาชนมีนโยบายทางการที่ระบุว่าองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจกว้างเกินไป แทรกแซงรัฐบาลจากการเลือกตั้ง, สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงแต่มีอำนาจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ, และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นเครื่องครอบการทำงานของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง สอง ในเชิงประวัติศาสตร์การเมือง พรรคก้าวไกลเดิมถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคจากกรณีพฤติการณ์เกี่ยวกับนโยบายแก้ ม.112 โดยศาลระบุว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี สาม ช่วงเดียวกันนี้มีการปลุกประเด็นองคมนตรีและข้อเสนอ “ยกเลิกคณะองคมนตรี” จากฝ่ายคณะก้าวหน้า/ปิยบุตร ซึ่งเป็นเครือข่ายความคิดเดียวกับพรรคส้ม โดยปิยบุตรอ้างถึงร่างแก้รัฐธรรมนูญหมวด 2 พระมหากษัตริย์ และคัดข้อเสนอเรื่องยกเลิกองคมนตรีมาเผยแพร่อีกครั้ง
เท้งอาจไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” คือสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เขากำลังสร้างวาทกรรมที่ลากทุกสถาบันซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ให้เข้าไปอยู่ในกรอบเดียวกันว่าเป็นอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชนและเมื่อพรรคส้มกับเครือข่ายของเขามีประวัติผลักดันเรื่องแก้ ม.112, วิจารณ์องค์กรตามรัฐธรรมนูญ, ตั้งคำถามต่อบทบาทองคมนตรี และเสนอรื้อหมวดพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญมาก่อน สังคมจึงมีเหตุผลที่จะตั้งคำถามว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นเพียงวาทกรรมโจมตีภูมิใจไทยจริงหรือ หรือเป็นร่มคำที่กว้างพอจะพาดไปถึงสถาบันหลักของรัฐที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงด้วย

ถ้าเท้งหมายถึงแค่ภูมิใจไทย เขาก็ควรพูดว่าภูมิใจไทย แต่เมื่อเขาพูดว่า “ภูมิใจไทยเป็นเพียงเอเจนต์” และ “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” นั่นแปลว่าเขากำลังบอกว่า มีอำนาจอีกชั้นหนึ่งอยู่เหนือหรืออยู่หลังภูมิใจไทย แต่พอถูกถามว่าอำนาจนั้นคือใคร เขากลับไม่ระบุนี่คือความกำกวมเชิงยุทธศาสตร์กำกวมพอที่จะปลุกมวลชน แต่ไม่ชัดพอที่จะรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหา แต่เมื่อถูกถามให้ระบุชัดว่า “ระบอบนี้คือใคร” กลับไม่ตอบ นี่คือวาทกรรมการเมืองแบบทิ้งเงา ไม่ชี้ชัด…แต่ทำให้คนเห็นเงา ไม่กล่าวหาตรง…แต่ปล่อยให้มวลชนเติมชื่อเอง
สรุป เท้งไม่ได้เอ่ยสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง แต่คำว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” ถูกวางให้กว้างพอจนเกิดนัยทางการเมืองที่อาจพาดไปถึงสถาบันหลักของรัฐ รวมถึงองค์กรรอบสถาบันฯ โดยเฉพาะเมื่อดูร่วมกับท่าทีเรื่ององคมนตรีและประวัติข้อเสนอของเครือข่ายส้มที่ผ่านมา"
.jpg)
ทันทีที่โพสต์วิเคราะห์ของ ของ อัษฎางค์ ยมนาค เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันอย่างดุเดือดในพื้นที่คอมเมนต์ เช่น
"ใครๆก็รู้ที่เท้งพูดระบอบสีน้ำเงินหมายถึงใครแต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยแน่นอนเพราะเท้งพูดว่าอยู่เหนือพรรคภูมิใจไทย"
"รักสีน้ำเงิน เกลียดสีส้ม"
"ฟังคลิปเต็ม..ของพรรค เขาหมายถึง น้ำเงินบนธงไตรรงค์"
"ผมชอบสีน้ำเงินที่สุด"
"รักสีน้ำเงินที่สุด"
"ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี