วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ LADbible รายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ที่กำลังเตรียมเปิดตัวภารกิจค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะครั้งยิ่งใหญ่ โดยอาศัยศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน
ซึ่งปัจจุบันมนุษย์สามารถระบุตำแหน่งดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้เพียง 6,300 ดวงเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของกล้องโรมัน นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าจะสามารถค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ ๆ ได้เพิ่มขึ้นถึง 100,000 ดวง โดย เอลิซา ควินตานา นักวิจัยของนาซา อธิบายว่าที่ผ่านมาเราสำรวจดาวเคราะห์ได้เพียงบริเวณใกล้เคียงกับระบบสุริยะของเราเท่านั้น แต่กล้องโรมันจะทำหน้าที่เป็นหน้าต่างบานใหม่ที่ส่องไปถึงมุมของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
กล้องโรมันมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากกล้องเจมส์ เวบบ์ ตรงที่ความสามารถในการสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่และระยะทางที่ไกลกว่าเดิมมาก ช่วยให้นักวิจัยเรียนรู้ได้ว่ากระบวนการก่อตัวของดาวเคราะห์ในพื้นที่ต่าง ๆ ของทางช้างเผือกนั้นแตกต่างกันอย่างไร
ภารกิจนี้จะเฝ้าติดตามความเปลี่ยนแปลงของแสงจากดวงดาวในพื้นที่กว้างของกาแล็กซี โดยใช้ 2 เทคนิคหลัก ได้แก่ การผ่านหน้าดาวฤกษ์ เป็นการตรวจวัดแสงของดาวฤกษ์ที่ลดลงชั่วคราวเมื่อมีดาวเคราะห์เคลื่อนที่ผ่านหน้า และปรากฏการณ์ไมโครเลนส์อาศัยแรงโน้มถ่วงของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่อยู่ด้านหน้า ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเลนส์ขยายแสงจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไป ทำให้ดาวดวงนั้นดูสว่างขึ้น

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ทางด้าน ร็อบบี้ วิลสัน นักวิจัยจากศูนย์ก็อดดาร์ดของนาซา กล่าวว่า กล้องโรมันสามารถสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ได้หลายร้อยล้านดวงพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้นักวิทยาศาสตร์เห็นภาพรวมของประชากรดาวเคราะห์ในระยะไกลและนำมาเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ที่พบในละแวกบ้านของเราได้แม่นยำขึ้น และเนื่องจากปริมาณข้อมูลที่จะได้รับนั้นมีจำนวนมหาศาล ทีมวิจัยจึงได้เตรียมการรับมือด้วยการสร้างข้อมูลสังเคราะห์และใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักรมาช่วยคัดกรองข้อมูลและลดความผิดพลาด เพื่อให้พร้อมสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลจริงทันทีที่ภารกิจเริ่มขึ้น
นอกจากนี้ความเคลื่อนไหวทางดาราศาสตร์นี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของทั่วโลกต่อปรากฏการณ์แสงสีฟ้าเจิดจ้า ในอวกาศที่นักดาราศาสตร์ตรวจพบมาแล้วถึง 14 ครั้งตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งทฤษฎีหนึ่งที่กำลังถูกถกเถียงคือ การที่ดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิสูงมากพุ่งเข้าชนกับหลุมดำ ซึ่งเป็นปริศนาที่การสำรวจในอนาคตอาจช่วยให้เราได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ขอขอบคุณข้อมูลจาก LADbible
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี