542.jpg
กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?

กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.57 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความ หัวข้อ "เพื่อนบ้านสูบบุหรี่ ควันลอยเข้าบ้าน... "สิทธิส่วนบุคคล" หรือ "เหตุรำคาญ" จัดการอย่างไรตามกฎหมาย"

ระบุว่า  จากเหตุการณ์ที่มีผู้ใช้สื่อโซเชียลโพสต์คลิปวิดีโอกรณีข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้าน ที่มีการสูบบุหรี่ภายในรั้วบ้านของตนเอง แต่ควันและกลิ่นได้ลอยเข้าไปรบกวนเพื่อนบ้านข้างเคียงจนเกิดอาการแพ้ ซึ่งฝ่ายผู้สูบได้อ้างสิทธิว่า "นี่คือบ้านของตนเอง จะสูบตรงไหนก็ได้" พร้อมทั้งบอกให้เพื่อนบ้านไปซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือย้ายบ้านหนีไปแทน


ประเด็นนี้ถือเป็นปัญหาคลาสสิกที่เกิดขึ้นในหลายหมู่บ้าน คำถามที่ตามมาคือ การสูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ถือเป็นสิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์ หรือกฎหมายสามารถเข้ามาจัดการได้

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นความรู้ในการรับมือกับปัญหานี้

กฎหมายว่าอย่างไร? เมื่อ "ควันบุหรี่" ข้ามรั้วบ้าน

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า การกระทำใดๆ ภายในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตนเอง ถือเป็นสิทธิเด็ดขาดที่ใครจะมาก้าวก่ายไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายได้กำหนดขอบเขตของสิทธิไว้ว่า "การใช้สิทธิของคุณ ต้องไม่ไปละเมิดหรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น"

ตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 "เหตุรำคาญ" ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 25 (4) ว่า "การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ" ให้ถือว่าเป็น "เหตุรำคาญ"

ดังนั้น ควันบุหรี่ที่ลอยจากบ้านหลังหนึ่งไปสู่อีกหลังหนึ่ง หากมีปริมาณมากหรือมีความถี่จนทำให้ผู้อยู่อาศัยข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนรำคาญ สร้างผลกระทบต่อสุขภาพ หรือผู้ที่สูดดมมีอาการแพ้ เข้าข่ายเป็น "เหตุรำคาญ" ตามกฎหมายฉบับนี้ ผู้สูบจะอ้างเพียงสิทธิความเป็นเจ้าของบ้านเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นไม่ได้

วิธีการจัดการตามขั้นตอนกฎหมาย หากการเจรจาไม่เป็นผล ซึ่งคุณตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้

1. รวบรวมหลักฐาน
 บันทึกภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ เพื่อแสดงให้เห็นจุดที่สูบและทิศทางของควัน จดบันทึก วัน เวลา และความถี่ของการสูบที่ส่งผลกระทบ หากมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่ามีอาการแพ้หรือผลกระทบทางสุขภาพจากควันบุหรี่ จะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมาก

2. ร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร อาจเริ่มจากการแจ้งนิติบุคคลให้ช่วยไกล่เกลี่ย หากไม่เป็นผล หรือเป็นบ้านทั่วไป ให้ไปร้องเรียนที่หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณ เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล 

3. กระบวนการของเจ้าหน้าที่
เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าควันบุหรี่นั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนจริง เจ้าหน้าที่จะอาศัยอำนาจตาม มาตรา 28 ในการ "ออกคำสั่งเป็นหนังสือ" ให้ผู้ก่อเหตุระงับ ป้องกัน หรือแก้ไขเหตุรำคาญนั้นภายในเวลาที่กำหนด (เช่น ห้ามสูบในบริเวณที่ควันจะลอยไปรบกวนเพื่อนบ้าน)

4. บทลงโทษหากฝ่าฝืน
 หากผู้สูบบุหรี่ยังคงเพิกเฉยและฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีความผิดตาม มาตรา 74 ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้เราจะมีกฎหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องสิทธิและสุขภาพ แต่การใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้าย การอยู่ร่วมกันในสังคมหรือหมู่บ้านเดียวกัน "ความเห็นอกเห็นใจและการถ้อยทีถ้อยอาศัย" เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากทราบว่าพฤติกรรมของเราสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน การปรับเปลี่ยนมุมสูบบุหรี่ไปในจุดที่มิดชิดหรือไม่รบกวนผู้อื่น ย่อมเป็นทางออกที่สร้างสรรค์และรักษาน้ำใจกันได้ดีกว่าการต้องมาเผชิญหน้ากันทางกฎหมาย 

แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเลิกสูบบุหรี่ซึ่งดีทั้งต่อตัวเราเอง และคนรอบข้าง  

ที่มาข้อมูล : กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ - กคส. 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top