533.jpg
รู้จัก

รู้จัก "อีโบลา" สายพันธุ์ใหม่ พร้อมอัปเดตมาตรการรับมือของไทย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.31 น.

รู้จัก "อีโบลา" สายพันธุ์ใหม่ พร้อมอัปเดตมาตรการรับมือของไทย

จากกระแสข่าวในต่างประเทศที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ส่งผลให้หลายคนเริ่มกังวลว่าเชื้อร้ายนี้จะหลุดรอดเข้ามาถึงประเทศไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่เข้าขั้น Pandemic หรือมีความสามารถกระจายทั่วโลกเหมือนโควิด และขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยทั้งรายสงสัยและรายยืนยัน


เราจะไปทำความเข้าใจกับโรคอีโบลาอย่างถูกต้อง พร้อมอัปเดตมาตรการเชิงรุกของประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน

1. รู้จัก "ไวรัสอีโบลา" สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด 

ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ใหม่และมาตรการรับมือของประเทศไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสรุนแรงกลุ่ม "ไข้เลือดออกจากไวรัส" เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล Orthoebolavirus ซึ่งอยู่ในตระกูล Filoviridae พบว่าการระบาดส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ที่ผ่านมายังจำกัดอยู่ในแอฟริกาเป็นหลัก โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ปกติมี 6 สายพันธุ์ แต่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มี 4 สายพันธุ์  ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูล Filoviridae โดยสายพันธุ์ Zaire มีวัคซีน และยารักษาแล้ว ขณะที่การระบาดครั้งล่าสุดนี้ (พ.ค.2569) เกิดจากสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus) ซึ่งมีความท้าทายทางการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่นำมาใช้ป้องกันหรือรักษาผู้ป่วยสายพันธุ์นี้ได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 3- 9 เดือนในการพัฒนาวัคซีน 

การติดต่อของโรค ไวรัสอีโบลาไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผ่านทางอากาศเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 แต่จะติดต่อผ่านดังนี้

• การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ หรืออ้วก ของผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว

• การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง หรือเข็มฉีดยา

• การสัมผัสหรือกินเนื้อสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ (เช่น ค้างคาวผลไม้ หรือลิง)

อาการที่ต้องพึงระวัง ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 21 วัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามลำดับดังนี้

     1. อาการเริ่มต้น : มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และเจ็บคอ

     2. อาการรุนแรงขึ้น : อาเจียน ท้องเสีย มีผื่นขึ้น การทำงานของตับและไตลดลง

     3. ระยะอันตราย : มีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย (เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือถ่ายเป็นเลือด)
 และระบบอวัยวะล้มเหลว

2. สถานการณ์และมาตรการเฝ้าระวังของประเทศไทย

ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ใหม่และมาตรการรับมือของประเทศไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

สถานการณ์ปัจจุบัน : ปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย
แม้ว่าความเสี่ยงในการแพร่ระบาดมายังแถบเอเชียจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เพื่อความไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุขไทย โดยกรมควบคุมโรค ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสูงสุด ดังนี้
    
ยกระดับการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางที่เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศเสี่ยง (คองโกและยูกันดา) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจสอบประวัติการเดินทางอย่างละเอียด
    
มาตรการกักกันโรค 21 วัน : สำหรับผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ระบาดรุนแรง ได้แก่ประเทศ DR Congo และ Uganda ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะต้องถูกกักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน  ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
   
ระบบติดตามอาการต่อเนื่อง : ในกลุ่มผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงต่ำกว่าที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยติดตามและตรวจสอบสถานะสุขภาพทุกวันจนครบ 21 วัน
           
1. "คุมไว้สังเกต" สำหรับผู้ที่ยังไม่มีอาการ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งจะติดตามอาการและวัดไข้ทุกวันเป็นเวลา 21 วัน หากพบอาการผิดปกติเจ้าพนักงานควบคุมโรคจะส่งแยกกักที่โรงพยาบาลตามกฎหมาย และตรวจหาเชื้ออีโบลาทันที
            
2. "กักกัน" สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยหรือมีความเสี่ยงสูง จะส่งไปกักตัวที่สถาบันบำราศนราดูร หากครบ 21 วันแล้ว ไม่มีอาการป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากมีอาการป่วยจะมีการส่งวินิจฉัยเพิ่มเติม 
           
3. "แยกกัก" ส่งแยกกักที่โรงพยาบาล สำหรับผู้ที่ตรวจพบว่ามีอาการเข้าข่ายตั้งแต่แรก

เตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุข: แจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีประวัติเดินทางมาจากแอฟริกาและมีไข้สูง พร้อมทั้งเตรียมห้องแยกโรคความดันลบ และชุดป้องกัน PPE ให้พร้อมใช้งานทันทีหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

3. ข้อแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

อัปเดตสถานการณ์ไวรัสอีโบลา Ebola และการเฝ้าระวังโรคในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

สำหรับประชาชนคนไทยที่อยู่ในประเทศ ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เนื่องจากโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายในชุมชนนั้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม มีข้อปฏิบัติที่ควรทราบดังนี้
     
ชะลอการเดินทาง : หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา หรือประเทศในแถบแอฟริกาที่มีรายงานการระบาด
     
หากจำเป็นต้องเดินทาง : ให้หลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในพื้นที่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต และไม่สัมผัสหรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิด
     
แจ้งประวัติเมื่อกลับไทย : ดำเนินการตามที่กรมควบคุมโรคประกาศ และหากเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงภายใน 21 วัน แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัว หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถสาธารณะเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ (ถ้ามี)

การรับฟังข่าวสารอย่างมีสติและร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐ จะช่วยให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยคุกคามของโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เเละกรมประชาสัมพันธ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top