วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
จากเหตุการณ์มหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 6.8 ที่ความลึก 10 กิโลเมตรใต้พื้นดิน ที่เขตเมืองยัตสึชิโร จังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย รวมทั้งสร้างความแตกตื่นและส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เป็นอย่างมากนั้น
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยบทวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมขั้นต้น โดยระบุว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ คาดว่าเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนตามแนวระดับ ซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณใกล้กับแนวรอยเลื่อนฟุตะกะวะและรอยเลื่อนฮินางุ
จุดที่กลายเป็นประเด็นความสนใจและสร้างความฉงนใจให้แก่แวดวงวิศวกรรมทั่วโลก คือกรณีการพังถล่มของอาคารศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง AEON Mall ซึ่ง ศ.ดร.อมร ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นอาคารโครงสร้างต่ำเพียง 2 ชั้น แต่เมื่อทำการตรวจสอบจากภาพถ่ายและคลิปวิดีโอขณะเกิดการพังทลาย พบว่าจุดที่เกิดการถล่มนั้นเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นสองของอาคาร ยิ่งไปกว่านั้น ระยะเวลาการถล่มยังเกิดขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวได้สงบลงไปแล้วเป็นเวลานานถึงประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ลักษณะการพังทลายดังกล่าว ถือว่ามีความผิดแปลกและไม่คล้ายคลึงกับรูปแบบการถล่มของอาคารที่พบเห็นได้ทั่วไปจากภัยแผ่นดินไหว เนื่องจากตามหลักพลศาสตร์โครงสร้าง หากเป็นอาคารที่มีความสูงไม่มากหรืออาคารเตี้ย และเกิดการถล่มจากแรงเฉือนมหาศาลของแผ่นดินไหว รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือ เสาโครงสร้างของชั้นล่างสุดจะเกิดการแตกหักเนื่องจากเป็นจุดที่มีแรงเฉือนสะสมสูงสุด ส่งผลให้อาคารเกิดการล้มเอียง หรือเกิดปรากฏการณ์ “ชั้นอ่อน” (Soft Storey) แล้วส่งผลให้อาคารทรุดโทรมถล่มลงมาทั้งหลังทันทีในขณะเกิดแผ่นดินไหว
แต่ทว่า ในกรณีของอาคาร AEON Mall หลังนี้ กลับพบภาพความเสียหายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยการพังทลายกระจุกตัวอยู่ที่ชั้นสอง โครงสร้างของหลังคาพังยุบตัวลงมาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ผนังภายนอกของอาคารหลุดลอกออกมาทั้งหมด และโครงเหล็กต่างๆ เกิดการบิดเบี้ยวเสียรูปทรงอย่างน่ากลัว สอดคล้องกับคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ในพื้นที่ ที่ระบุตรงกันว่า ก่อนเกิดการถล่มได้มองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา และได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
จากหลักฐานข้างต้น ศ.ดร.อมร วิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอาจจะไปทำให้เกิดการรั่วไหลของท่อส่งก๊าซ เช่นก๊าซหุงต้มในระบบท่อส่งภายในอาคาร จนเกิดการสะสมของเชื้อเพลิงในตัวอาคารและนำไปสู่การระเบิดอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมอาคารถึงถล่มหลังจากแผ่นดินไหวผ่านไปแล้วชั่วโมงครึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ทางการประเทศญี่ปุ่นคงจะต้องส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นทางการต่อไป
“หากผลการสืบสวนชี้ชัดว่าเกิดจากท่อก๊าซรั่วแล้วนำไปสู่การระเบิดจนอาคารถล่มจริง วงการวิศวกรรมคงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนระบบท่อส่งต่างๆ ภายในอาคารอย่างยกใหญ่ ว่ามีมาตรฐานในการต้านทานแผ่นดินไหวมากน้อยเพียงใด และมีระบบวาล์วตัดก๊าซอัตโนมัติเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือไม่ เพราะต่อให้อาคารมีความแข็งแรงจนไม่ถล่มจากแผ่นดินไหว แต่หากระบบท่อก๊าซแตกหักและเกิดการระเบิด มันก็สามารถทำลายล้างอาคารให้พังพินาศได้เช่นกัน” ศ.ดร.อมร ให้ความเห็นเพิ่มเติม
ดร.อมร กล่าวสรุปในตอนท้าย โดยเผยข้อมูลเชิงลึกทางประวัติศาสตร์โครงสร้างว่า อาคารห้างสรรพสินค้า AEON Mall หลังนี้ หากย้อนกลับไปในอดีต ก็เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักหนา
สาหัสจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คุมะโมโตะ (Kumamoto Earthquake) เมื่อปี พ.ศ. 2559 มาก่อนแล้ว ซึ่งโครงสร้างเดิมอาจจะมีรอยร้าวหรือความบอบช้ำสะสมอยู่ภายใน เมื่อมาเจอกับแรงสั่นสะเทือนรอบใหม่ประกอบกับเหตุระเบิด จึงทำให้โครงสร้างต้านทานไม่ไหวและพังทลายลงมาในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี