533.jpg
รายงานพิเศษ : เปิดสถานการณ์อาชญากรรมของเด็กไทย พบอายุน้อยลงแต่ก่อเหตุความรุนแรงมากขึ้น

รายงานพิเศษ : เปิดสถานการณ์อาชญากรรมของเด็กไทย พบอายุน้อยลงแต่ก่อเหตุความรุนแรงมากขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

จากเหตุการณ์สลดใจที่เด็กนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 14 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนนักเรียนและคุณครู ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ก่อนใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีความผิด เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลแก้ไขพฤตินิสัยเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า สังคมในปัจจุบัน ปรากฏข่าวเด็กและเยาวชนก่อเหตุในคดีอาชญากรรม ซึ่งมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ แต่ระดับการก่อเหตุความรุนแรงในคดีกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากย้อนดูสถิติคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับคดีเด็กและเยาวชน จะพบว่าคดีที่มาเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นเรื่องของยาเสพติด แต่รองลงมาอันดับ 3 คือ คดีที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ซึ่งก็สัมพันธ์กับเรื่องอาวุธปืนทั้งสิ้น และต้องยอมรับว่าสังคมในปัจจุบันเด็กและเยาวชนกลับเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายมากขึ้น จึงกลายเป็นบ่อเกิดส่งผลกระทบต่อคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายตามมาด้วย


ขณะที่อันดับของคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในเด็กและเยาวชนอยู่ที่อันดับ 4 ซึ่งหากมองย้อนขึ้นไปมันก็จะไปสัมพันธ์กับคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย โดยอาวุธปืนที่ใช้ก็ยิ่งสร้างความรุนแรงได้มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน และนอกจากนี้ ล่าสุดตนได้มอบหมายให้กองพัฒนาระบบสุขภาพเด็กและเยาวชน ซึ่งมีนักจิตวิทยา ได้ทำการประสานงานกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อลงพื้นที่จุดเกิดเหตุและให้คำปรึกษาผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งหมด

สำหรับสาเหตุหรือต้นเหตุที่ทำให้เด็กและเยาวชนมีการกระทำความผิดในคดีอาญา ส่วนใหญ่เรามักพบว่า อันดับหนึ่งมาจากกรณีที่ครอบครัวแตกแยกหย่าร้าง รองลงมาคือมีความยากจน และรองลงมาคือ เด็กอยู่ในความดูแลของญาติ แทนผู้ปกครองพ่อแม่ ซึ่งก็อาจทำให้ไม่ได้รับความรักหรือความอบอุ่น ตามที่เด็กเห็นในสังคมทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตของเด็ก เพราะว่า ลักษณะนิสัย การแสดงออกของเด็ก การยับยั้งชั่งใจ ล้วนมาจากเรื่องภายในจิตใจทั้งสิ้น หากผู้ปกครองเล็งเห็นว่าบุตรหลานของตนมีอาการผิดปกติ อย่าอายที่จะพาลูกหลานไปพบหมอจิตเวช เพราะการหาหมอ จะเป็นประตูด่านแรกในการตรวจสอบอาการทางจิตเวช และร่องรอยพฤติกรรมเสี่ยงได้ มีอาการเครียด วิตกกังวลหรือซึมเศร้าหรือไม่

ทั้งนี้ ควรยกระดับการเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่เสี่ยงกับเด็กด้วย เพราะเนื้อหาคอนเทนต์ทุกวันนี้ ค่อนข้างล่อแหลมและน่ากังวลอย่างมาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top