วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เที่ยว “สวนสัตว์สงขลา” แห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้
เรียนรู้สัตว์ป่านานาชนิด สนุกกับสวนน้ำ ตื่นตาวิวเมืองสงขลา
สงขลา เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และเป็นเมืองท่าที่สำคัญของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุ และมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษา เช่น แหลมสมิหลา , ทะเลสาบสงขลา, สะพานติณสูลานนท์ , เกาะยอ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา, สถาบันทักษิณคดีศึกษา, พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ (พะธำมะรง) หรือแม้กระทั่ง ตลาดน้ำคลองแห ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนภาคใต้ และเป็นตลาดน้ำที่น่าสนใจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียอีกด้วย นอกเหนือจากสถานที่ที่กล่าวมาแล้วนั้น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด คือ “สวนสัตว์สงขลา”
สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์แห่งที่ 5 ได้รับมติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2532 บริเวณเขารูปช้าง บนพื้นที่ 878 ไร่ โอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลา เริ่มเก็บค่าบัตรผ่านประตูวันที่ 18 กันยายน 2541 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ตุลาม 2541 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าของไทยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันมีสัตว์ต่างๆให้ได้ชมมากมายหลายชนิด ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศและต่างประเทศ นอกเหนือจากสัตว์ป่าอันควรค่าแก่การศึกษาแล้ว ยังมีสวนน้ำขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ อีกด้วย
นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า “สวนสัตว์สงขลาเพิ่มจุดดึงดูดความสนใจ โดยปรับปรุงบริเวณหน้าสวนน้ำ ยกกรงสัตว์นานาชนิดเอาใจเด็กๆตามโครงการ “Zoo Kids Zone” ซึ่งกิจกรรมนี้เยาวชนและนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับสัตว์หลากหลายชนิดอย่างใกล้ชิด ด้วยการให้อาหาร ป้อนนมลูกสัตว์ หรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึก อาทิ แพะ แกะ ควาย และ นกคาสโซวารี่ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศและต่างประเทศ เช่น อูฐ วัวแดง เสือ จระเข้ นกชนิดต่างๆ ให้ได้ศึกษาแล้ว ยังมี แมวป่าหัวแบน สัตว์ป่าหายากที่ทางสวนสัตว์สงขลาได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ จนมีประชากรแมวป่าหัวแบนจำนวน 10 ตัว เป็นเพศผู้ 7 ตัว และเพศเมีย 3 ตัว ในอนาคตสวนสัตว์สงขลาจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์เพาะขยายพันธุ์แมวป่าหัวแบนเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป และเตรียมเปิดให้ชมกันในปีนี้”
.jpg)
“ปัจจุบันสวนสัตว์สงขลาได้ปรับปรุงสวนน้ำใหม่ โดยจัดให้มีส่วนบริการสระน้ำสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ ในลักษณะของน้ำหมุนวนที่เลี้ยวลดไปมาตามพื้นที่ท่ามกลางธรรมชาติที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลา สะพานติณสูลานนท์ เกาะยอ เกาะหนู เกาะแมว สัมผัสกับความอลังการของสระน้ำขนาดใหญ่ พร้อมโลดแล่นบนสไลเดอร์รางคู่สูงกว่า 7 เมตร เย็นฉ่ำกับน้ำพุ น้ำตก และมุมพักผ่อนหย่อนใจ และสวนน้ำแห่งนี้ถือเป็นสวนน้ำแห่งเดียวในภาคใต้ที่มีความสวยงามมาก เพราะสามารถมองเห็นเมืองสงขลาได้ 180 องศา”
นอกจากนี้ยังมีอีกจุดที่น่าสนใจคือส่วนจัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิด เช่น กวางดาว ละมั่ง (ละอง) กวางป่า เก้งแดง เก้งหม้อ กระจง เลียงผา วัวแดง กระทิง ช้าง ฮิปโปโปเตมัส และส่วนจัดแสดงสัตว์ปีกทั้งในและต่างประเทศ อาทิ นกแก้วมาคอว์ นกน้ำ นกเงือกไก่ฟ้า และนกสวยงามหลากหลายชนิดที่หาดูยาก สำหรับนกเงือกนั้นในเมืองไทยมีสายพันธุ์อยู่ 13 ชนิด ที่สวนสัตว์สงขลามีอยู่ 6 ชนิด หรือส่วนจัดแสดงให้อาหารเสือโคร่งพันธุ์อินโดจีน เสือจากัวร์ดำ เสือดาว เสือลายเมฆ ก็มีให้ดูกันอย่างใกล้ชิด เสือโคร่งพันธุ์เบงกอล เสือโคร่งพันธุ์อินโดจีน เสือจากัวร์ดำ เสือดาว เสือลายเมฆ และสัตว์ตระกูลเสืออีกหลายๆชนิด ที่ได้จัดไว้ให้มีความเหมาะสมกับสัตว์แต่ละประเภทและใกล้เคียงกับที่อยู่ของสัตว์ในธรรมชาติมากที่สุด หรือจะไปดูการจัดแสดงและขยายพันธุ์สมเสร็จ ก็น่าสนใจ เพราะโซนนี้จัดขึ้นตามนโยบายขององค์การสวนสัตว์ ซึ่งได้ให้สวนสัตว์สงขลาเป็นสถานที่อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวนของไทยมีทั้งหมด 15 ชนิด ปัจจุบันสวนสัตว์สงขลามีสัตว์ป่าสงวนของไทยจำนวน 4 ชนิด ด้วยกัน คือ ละมั่ง (ละอง) เลียงผา เก้งหม้อ และ สมเสร็จ
เชื่อว่าสวนสัตว์สงขลานับน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องชาวไทยมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เข้ามาเที่ยวชมความน่ารักของสัตว์ พร้อมทั้งสัมผัสความสนุกสนานและความชื่นฉ่ำของสายน้ำในสวนน้ำ จึงมั่นใจได้ว่าความประทับใจที่ได้จากสวนสัตว์แห่งนี้จะทำให้ทุกท่านต้องหวนกลับมาเยี่ยมชมสวนสัตว์สงขลาอีกครั้งอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี