29 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เตรียมลงพื้นที่ติดตามการปฎิบัติการของชุดพยัคฆ์ไพรตรวจเข้มรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในเขตท้องที่เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในวันที่ 2 ก.ค.59 นี้ ภายหลังได้สั่งการให้นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าและนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร นำชุดพยัคฆ์ไพร เข้าตรวจสอบรีสอร์ทหรูตามแผนตรวจเข้ม 970 รีสอร์ท ในเขตป่าไม้เป้าหมายแรก พื้นที่นำร่องเขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ภายหลังได้รับรายงานตรวจพบ โรงแรม รีสอร์ท และ บ้านพักตากอากาศ 970 แห่งทั่วประเทศในเขตป่าไม้ พร้อมสั่งให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ความชัดเจน ต่อการครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ หลังจากได้รับการรายงานจากชุดพยัคฆ์ไพรที่ตรวจพบแล้ว มีทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินและไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ในส่วนที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินก็น่าจะออกมาด้วยความคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวนมาก

นายชลธิศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ โรงแรม รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศของกลุ่มทุนในเขตป่าไม้ทั่วประเทศ ตามที่ได้รับการรายงาน จำนวน 970 แห่ง โดยกำหนดแนวทางและขั้นตอนการดำเนินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 30 ก.ย.59 นั้น พร้อมสั่งการให้นายอรรพล และ นายชีวะภาพ นำชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพร ประสานการปฎิบัติ ร่วมกับ พอ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ศปป4.กอ.กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าตรวจเข้มพื้นแรกคือในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาโปกหล่น อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยข้อมูลจากการอ่านแปลภาพถ่ายพบ 58 แห่ง ที่ต้องเข้าดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้แผนพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กําหนดให้มีการดําเนินคดี กับผู้บุกรุกป่า รายที่เป็นนายทุนหรือผู้มีอิทธิพล
โดยใช้แนวทางการปฏิบัติตามคําสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66/2557 และ คําสั่ง คสช.ที่ 13/2559 โดยเฉพาะในท้องที่ที่เป็นเขตป่าต้นน้ำลำธารสายหลักของประเทศ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน และ แม่น้ำป่าสักอันสืบเนื่องจากกรณีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตจังหวัดต่าง ๆ ในหลายท้องที่เขตจังหวัดทางภาคเหนือ ที่ยังคงมีความรุนแรงส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมบนพื้นที่ ป่าต้นน้ำลำธาร ในเขตภูเขาสูงอย่างรุนแรง ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา ชุดปฎิบัติการ ได้เข้าตรวจยึดดำเนินคดีรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศไปแล้วจำนวน 5 แห่ง

นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการก่อสร้างรีสอร์ท ,โรงแรม , บ้านพักตากอากาศหรู จำนวนมากที่ตรวจสอบพบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งประเภทที่เป็นการครอบครองที่ดินแบบมือเปล่าและประเภทมีเอกสารสิทธิที่ดินซึ่งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น่าจะเป็นเอกสารสิทธิที่ดิน ที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการออกโดยการเดินสำรวจโดยไม่ได้มีการแจ้งครอบครอง สค1 ตามระเบียบ ซึ่งไม่สามารถเดินสำรวจได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯและเขตป่าไม้ถาวรและจะต้องมีการขยายผลดำเนินตรวจสอบให้ชัดเจนและเสนอให้กรมที่ดิน ดำเนินการเพิกถอนตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของการครอบครองแบบมือเปล่าโดยไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่อาศัยได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตรวจพบแล้วหลายรีสอร์ทและยังตรวจสอบพบว่ามีหลายจุดที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ ภายหลังที่มีคำสั่งที่ 64/2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นการบุกรุกใหม่ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มนี้เป็นอันดับต้นๆ และจะขยายผลให้ถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังให้ได้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางตามแผนงาน พลิกฝืนพื้นป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป




.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี