15 ก.ค.59 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวว่าจากกรณีดีเอสไอรับผิดชอบดำเนินการเรื่องการโฆษณาขายยาทำแท้งผ่านเว็บไซต์ พบว่าก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ไปแล้ว ซึ่งต่อมาศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงและโทษจำคุกสั่งรอลงอาญาไว้ แต่ดีเอสไอตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีการกระทำผิดอีก โดยสืบสวนพบข้อมูลเว็บไซต์ที่ประกาศขายยาทำแท้ง 10 เว็บไซต์ พบว่าข้อมูลผู้จดทะเบียนทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกัน และมีความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีการโฆษณาในลักษณะเดียวกันอีก จำนวน 17 เว็บไซต์ ขณะที่มีการสั่งซื้อยาทำแท้งประมาณ 2,000 - 3,000 รายต่อเดือน
จึงได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนขอหมายค้นเข้าไปตรวจสอบสถานที่ใช้งานตามอินเตอร์เน็ต และตามไอพีแอดเดรสของระบบคอมพิวเตอร์ รวม 8 แห่ง ประกอบด้วย คลีนิคผู้ต้องสงสัย บ้านตัวการ ซึ่งเป็นของแพทย์ใหญ่รายหนึ่ง บ้านผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม สถานประกอบการลิสซิ่งของเครือข่ายผู้กระทำความผิด สถานที่ทำการส่งยาทำแท้ง บ้านผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ทำหน้าที่กดเงินที่ได้จากการขายยาทำแท้ง และอาคารพาณิชย์ของเครือข่ายอีก 2 แห่ง
จากการสืบสวนข้อมูลทางการเงินพบว่า บัญชีที่เกี่ยวข้องในการทำความผิดมีการถอนเงินสดออกทางตู้เอทีเอ็มครั้งละ 1,500,000 บาท เฉลี่ยแต่ละเดือนมียอดขายยาทำแท้งรวมประมาณ 10 - 15 ล้านบาท หรือแต่ละปีมียอดขายรวมนับร้อยล้านบาท โดยที่ผ่านมาผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ได้ขายมานานประมาณ 5 - 6 ปีแล้ว รวมมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวยา MTPill เป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง และยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับยา อยากแจ้งเตือนว่ายาทำแท้งกินแล้วมีอันตรายส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจากผลการตรวจขององค์การอาหารและยา (อย.) พบว่ายาไม่ได้มาตราฐาน ซึ่งในส่วนแพทย์ระดับผู้บริหารในจังหวัดนครปฐมเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการขอศาลอนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติม นอกจากนี้ จะดำเนินการมาตรการทางภาษีกับผู้ต้องหาในการจำหน่ายยาดังกล่าวด้วย
นายนิธิต ภูริคุปต์ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า หลังจากศาลตัดสินในส่วนของโทษจำคุกได้ให้รอการลงอาญาไว้ก่อน แต่ล่าสุดดีเอสไอตรวจสอบทางเว็บไซต์พบผู้ต้องหายังคงดำเนินการขายเหมือนเดิม โดยเว็บไซต์ยังคงเปิดอยู่ตลอดแม้ถูกจับดำเนินคดีไปแล้ว จากการตรวจสอบในเว็บไซต์เราได้เชื่อมโยงเงินและที่ตั้งเว็บไซต์ จึงทำการอนุมัติขอศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดทั้งหมด 5 คน พร้อมทั้งขอศาลออกหมายค้นเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้ 3 คน พร้อมเงินของกลาง จำนวน 1,500,000 บาท และคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง
โดยมีคลินิกย่านสุขุมวิท 12 ขายยาขับเลือดไซโตเทค (Cytotec) และยาไซโตล็อก (Cytolog) ซึ่งยาดังกล่าวเป็นยาในบัญชีต้องห้ามนำเข้าประเทศไทย ซึ่งการการขายจะขายไซโตเทค (Cytotec) คู่กับตัวยา MTPill หรือยาไซโตล็อก (Cytolog) คู่กับตัวยา MTPill ซึ่งจะมีผลทำให้อยากขับถ่ายจึงทำให้เกิดอาการแท้ง ทั้งนี้ ตัวยาจะออกฤทธิ์บีบกระเพาะอาหาร และลำไส้ โดยมีผลข้างเคียงบีบมดลูก และคลื่นไส้เวียนหัว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีผู้ซื้อยาไปรับประทานแล้วเสียชีวิต
ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามข้อหาร่วมกันการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และเผยแพร่ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ประกอบกับการโฆษณาและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน และยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ประกอบกับพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 10 72(4) 88 (6) และ (8)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี