26 ต.ค.59 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง.ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร บก.จร.ประชุมเตรียมความพร้อม เนื่องด้วยในช่วงปลายเดือน ต.ค.59 จะเป็นช่วงเปิดภาคการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 59 ซึ่งจะมีผลให้มีปัญหาการจราจรติดขัด บริเวณหน้าสถานศึกษาทุกแห่งต่อเนื่องไปยังบริเวณถนนใกล้เคียง เนื่องจากผู้ปกครองเดินทางมารับ - ส่ง นักเรียนนักศึกษา ตามสถานศึกษาต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น ประกอบกับในช่วงนี้ยังมีงานพิธี พระราชพิธี และการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปัญหาการจราจรมากยิ่งขึ้น
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ได้สั่งการกำชับการปฏิบัติในด้านการจราจรโดยให้ บก.น. 1 - 9 ประสานกับสถานศึกษาในเขตรับผิดชอบ แนะนำประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองที่นำรถมารับ - ส่ง นักเรียนนักศึกษา ให้จอดรถให้เป็นระเบียบ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก ให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประชาสัมพันธ์บริเวณหน้าสถานศึกษา จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เป็นสายตรวจออกตรวจสภาพการจราจรในเขตรับผิดชอบตลอดเวลา หากพบปัญหาเกี่ยวกับถนนชำรุด รถจอดเสีย หรืออุบัติเหตุ ให้ดำเนินการในส่วนที่ข้อง หรือประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งในช่วงเปิดเทอมจะต้องลงพื้นที่ตั้งแต่เวลา 05.00 น.ส่วนช่วงเย็นฝนประจำจุดตั้งแต่เวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ ให้ตำจราจร สน.พื้นที่ นำอาสาสมัครรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาช่วยในการจัดการจราจร โดยเฉพาะในตรอกซอยที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมทั้งนำอาสาจราจรและอาสาสมัครต่างๆ ได้แก่ อพปร. , ลูกเสือ เนตรนารี , เจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ ขสมก.มาช่วยเหลือในการจัดและอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้ในกรณีมีฝนตก หรือน้ำท่วมขัง หากเกิดฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานานจนน้ำท่วมขังผิวการจราจรทำให้เกิดปัญหาการจราจร ให้รีบประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันรีบดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ในโรงเรียนที่มีเด็กเล็กให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเด็กนักเรียนในการข้ามถนนบริเวณทางข้าม ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น โดยให้ประสานงานกับสถานศึกษาจัดลูกเสือ เนตรนารี ออกช่วยควบคุมให้ความปลอดภัยด้วย และให้ทุกสถานีจัดสายตรวจจราจร กวดขัน ตรวจตราผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เน้นการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแนะนำตักเตือน จับกุมเฉพาะพบเห็นการกระทำผิดที่ชัดแจ้ง ในข้อหาที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด เช่น การจอดรถ หรือหยุดรถในที่ห้ามหยุด ห้ามจอด แซงรถในที่คับขัน ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร อย่างต่อเนื่องจัดเตรียมรถยก และเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติเมื่อมีเหตุจำเป็น รวมถึงการเตรียมการประสานงานรถยกขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ที่มีจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ จุดเชื่อมต่อท่าเรือ ท่าเรือโดยสาร ให้ประสานผู้ประกอบการเดินเรือตรวจสอบความเรียบร้อย ความมั่นคงแข็งแรงของโป๊ะและเรือโดยสาร เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดไม่ดำเนินการ ให้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที เพื่อประสานผู้เกี่ยวข้องให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ออกควบคุมการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด โดยให้มีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความพร้อม และเข้าใจภารกิจที่ต้องปฏิบัติตามแผนที่กำหนด ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง
ในส่วนของ บก.จร.ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยานพาหนะ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น ออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก และควบคุมการจราจร ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการจราจรให้มากที่สุด กำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรท้องที่ตามความจำเป็นเมื่อได้รับการร้องขอ โดยให้มีผู้ควบคุมกำลังไปรายงานตัวต่อ รองผู้กำกับการจราจร หรือสารวัตรจราจร เพื่อมอบหมายภารกิจความรับผิดชอบในการปฏิบัติให้ชัดเจน ออกช่วยควบคุมให้ความปลอดภัยด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการฝ่ายปฏิบัติพิเศษ เสริมการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาการจราจรตามแนวพระราชดำริ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นออกควบคุมการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี