ยื้อจัดระเบียบเสม็ด
16ผู้ประกอบการโต้
ท้าพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน
ยืนกรานไม่มีมาเฟีย
ความคืบหน้ากรณีที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง โดยระบุว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เกาะเสม็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน โดยบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนของจังหวัดระยองนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด บนเกาะเสม็ด จ.ระยอง นายมนตรี ชนะชัยวิบูลย์วัฒน์ รอง ผวจ.ระยอง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างและรังวัดเกาะเสม็ด และ นายประยูร พงศ์พันธ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมธนารักษ์ ฝ่ายทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ร่วมประชุมชี้แจงผู้ประกอบการ ที่ปลูกสร้างอาคารอยู่ในพื้นที่สีแดงของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ หลังจากที่ได้ผ่อนผันมาเป็นเวลานานแล้ว
โดยผลสรุปการประชุมเบื้องต้นจากผู้บุกรุกที่ดินจำนวน 6 ราย จากทั้งหมด 22 ราย 24 สัญญา 56 หลัง ยินยอมรื้อถอนภายใน 90 วัน ส่วนที่เหลือ 18 ราย ขอเวลาในการพิสูจน์สิทธิ์ เนื่องจากเอกสารการรังวัดแนวเขตในปี 2542 ระหว่างกรมธนารักษ์ และผู้ประกอบการ มีบางส่วนไม่ตรงกัน จึงอยากให้พิจารณาเป็นรายไป เพื่อความถูกต้อง หากพบว่าอยู่นอกพื้นที่จริง ก็พร้อมที่จะรื้อถอน
นายประยูร เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้ เพื่อร่วมกันหาข้อยุติให้กับผู้ประกอบการรีสอร์ทบนหมู่เกาะเสม็ด ซึ่งมีทั้งสิ้น 167 สัญญา จำนวน 1,644 หลัง โดยมีพื้นที่อยู่นอกเขตเช่าจำนวน 56 หลัง ตามรายชื่อผู้ประกอบการ 22 ราย 24 สัญญา หรือเป็นพื้นที่สีแดง ที่ต้องให้ลงนามร่วมกันในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 90 วัน หรือครบกำหนดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2560 หากไม่รื้อตามกรอบระยะเวลาจะเข้าดำเนินการตามกฎหมาย ตามมาตรา 22 พ.ร.บ อุทยานแห่งชาติฯ ปี 2504
ในส่วนการจัดระเบียบ อื่นๆ ก็ดำเนินการในทุกรูปแบบ เช่นที่หาดทราย เรื่องการวางเต๊นท์ เตียงผ้าใบ เรือ บริการ หาบเร่ หมอนวด การนวด จักรยานยนต์ให้เช่า รถยนต์โดยสาร เตรียมให้มีการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ โดยต้องส่งรายละเอียดขออนุญาตให้ถูกต้อง ส่วนที่ให้เลิกการบริการแล้วคือเรือลากร่ม เรือกล้วย และรถขายโรตี ก็ให้ยุติไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการต่อต้านจากผู้ประกอบการ มีเพียงเสียงร้องขอ เพราะเราดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับการจัดเก็บรายได้ ที่ในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ มากกว่า 4 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนเก็บได้เพียง 1 ล้านบาทเศษๆ ไม่สามารถจะตอบได้ ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร
ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ สุภาพพานิชย์ เจ้าของที่พักอ่าวไผ่ฮัท ยืนยันว่า บนเกาะเสม็ดไม่มีมาเฟีย ข่าวที่ออกมาส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าเดินทางมาเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการขาดรายได้ในช่วงนี้แล้ว กว่า 80% อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้ใกล้เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แล้ว
ส่วน นายพิศณุ เขมะพรรค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยว เกาะเสม็ด กล่าวว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด พร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการอย่างเต็มที่ในเรื่องการจัดระเบียบเกาะเสม็ด อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบ ซึ่งยังคงมีนักท่องเที่ยว เดินทางพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบรรยากาศทั่วไปที่เกาะเสม็ด เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กว่า 100 นาย ได้ตั้งด่านตรวจทั่วเกาะเสม็ด พร้อมตรวจใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวที่ทำงานบนเกาะเสม็ด และสั่งห้ามกางเต๊นท์บริเวณชายหาด หยุดวิ่งเรือเจ็ตสกี และห้ามให้แรงงานต่างด้าวขับเรือสปีดโบ้ท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช มีคำสั่งโยกย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 80 คน หลังตรวจพบว่าอาจมีการทุจริต พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนอดีตหัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมหญ้าฯ 2 ราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และส่ง นายประยูร พงษ์พันธ์ มาปฏิบัติหน้าที่แทน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี