546.jpg
จับแน่แต่รอก่อน  หาจังหวะชาร์จธัมมชโย  DSIจ่อขอหมายค้น4วัน

จับแน่แต่รอก่อน หาจังหวะชาร์จธัมมชโย DSIจ่อขอหมายค้น4วัน

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดีเอสไอเตรียมขอหมายค้น 4 ฉบับ บุกวัดพระธรรมกายภายในสัปดาห์นี้ สวนโฆษกศิษยานุศิษย์ ยันดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย ส่วนที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ข้อสรุป เหตุหลายอย่างยังไม่ลงตัว ด้าน “ศรีวราห์” ระบุ นิติวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีต้องพร้อม หากเกิดเหตุตูมตาม

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ธันวาคม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริการร่วมคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และรองโฆษกดีเอสไอ แถลงตอบโต้กรณี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษย์ยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงจุดยืน 9 ข้อ โดยกล่าวหาว่าดีเอสไอดำเนินการโดยไม่เป็นธรรมกับวัดพระธรรมกาย และ พระเทพญาณมหามุณี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีสมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร รวมทั้งคดีรุกป่า โดยยืนยันว่า ดีเอสไอได้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย มิได้มีการกลั่นแกล้ง เพราะหากมีการดำเนินการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจักต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี


ปัดข่าวเตรียมใช้ความรุนแรง

ส่วนกรณีที่ นายองอาจอ้างว่า มีข่าวว่าดีเอสไอและตำรวจได้สนธิกำลังกับทหารและฝ่ายปกครองรวมกว่า 3,000 คน พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ สุนัขตำรวจ รถคลื่นเสียงแรงสูงทำลายแก้วหู รถฉีดน้ำความดันสูง หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เตรียมบุกเข้าวัดพระธรรมกายต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน โดยได้ประสานสั่งการให้โรงพยาบาลใกล้เคียงทุกแห่งเตรียมแพทย์พยาบาลไว้ให้พร้อม ส่อให้เห็นว่าจะใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามจับกุมศิษย์วัดพระธรรมกายที่มาสวดมนต์นั่งสมาธิอยู่ในวัดนั้น ขอยืนยันว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจบางส่วนเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน โดยตำรวจอีกส่วนหนึ่งได้จัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลพี่น้องประชาชนกรณีมีเหตุการณ์ที่มิอาจคาดหมายได้เท่านั้น

กำชับดูแลความปลอดภัย ปชช.

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ เราได้เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงมาร่วมเป็นสักขีพยานในการปฏิบัติงานครั้งนี้ และได้เน้นย้ำให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังโดยไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยได้มอบนโยบายและแนวทางให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกคนทราบว่าจะไม่มีการใช้กำลัง ไม่มีการติดอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด เพื่อมิให้เกิดความเสียหายใดๆ จากการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ โดยให้ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก

เล็งเอาผิดพวกปลุกปั่นยุยง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดำเนินคดีต่อนายองอาจ กรณีพูดจายุยงปลุกปั่นมวลชนหรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลหากพบว่าใครกระทำความผิดเข้าข่ายกรณีดังกล่าวจะดำเนินการตามมาตรา 116 ทุกราย

เตรียมบุกค้นธรรมกาย13-16ธ.ค.

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากดีเอสไอ แจ้งว่า ขณะนี้ดีเอสไอเตรียมพร้อมที่จะยื่นหนังสือต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกายจำนวน 4 ฉบับ เพื่อเข้าปฏิบัติการตรวจค้นต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคมนี้ แต่ขณะนี้มีปัญหาเรื่องเวลาที่เข้าค้นไม่สอดคล้องกับภารกิจ เนื่องจากมีกำลังคนจำนวนมากที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยระหว่างนี้กำลังหารือข้อสรุปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายภายภายในสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน เพื่อปฏิบัติการนำตัวพระธัมมชโย มาส่งตัวฟ้องศาลตามที่อัยการมีคำสั่งต่อไป

ล้มงานสัมมนาองค์กรชาวพุทธฯ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คณะผู้นำองค์กรชาวพุทธได้จัดงานแถลงข่าว “การแก้วิกฤตของพระพุทธศาสนา เพื่อความรักสามัคคี ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจมีความพยายามใช้มาตรการทางกฎหมายและความรุนแรงต่อพระสงฆ์ ชาวพุทธ รวมถึงในวัดพระพุทธศาสนา” โดยก่อนเริ่มการจัดงานแถลงข่าวดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ทุ่งสองห้อง นำโดย พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 นำกำลังเข้าเจรจากับทีมผู้จัดงานขอความร่วมมืองดจัดงาน เนื่องจากเป็นการร่วมจัดงานสัมมนาโดยไม่ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ จึงเกรงว่าอาจจะขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่งดการชุมนุมเกิน 5 คน

ถกบุกวัดธรรมกายยังไม่ได้ข้อยุติ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.อ .ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโยกว่า 5 ชม. โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อยุติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ครั้งที่ 2 เนื่องจากกำลังที่ใช้ประกอบยังไม่สอดคล้องกับ ป.วิอาญามาตรา 57 การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายศาลยังไม่พอ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมทางด้านนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องให้เวลาเตรียมตัว ส่วนเรื่องจะต้องรอขอหมายค้นก่อนแล้วถึงจะวางแผนตรวจค้นได้หรือไม่นั้นตรงนี้ไม่จำเป็น ถ้าเขียนแผนตรวจค้นได้ก็เอาแผนประกอบรายงานการขอหมาย ถ้าแผนยังไม่เสร็จจะไปขอหมายไม่ได้ ถ้าศาลถามมาก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร

ยังไม่พร้อมด้านนิติวิทยาศาสตร์

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะได้เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ พล.ต.อ .ศรีวราห์ กล่าวว่าขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอธิบดี ดีเอสไอจะเห็นควร ทุกอย่างก็พร้อมหมดแล้วยกเว้นด้านนิติวิทยาศาสตร์เพราะถ้าเกิดเข้าไปและมีเหตุจะรวบรวบรวมพยานหลักฐานอย่างไรในการดำเนินคดีใหม่และจะรายงานศาลอย่างไรซึ่งเรื่องนี้มีความจำเป็น

ชี้ต้องแจงให้ได้หากเกิดเหตุตูมตาม

“การเข้าปฎิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามเเผนกรกฎ52 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธในการปฎิบัติการ ส่วนตัวตนยังไม่เห็นด้วยกับการปฎิบัติการตอนนี้เพราะต้องมีความระมัดระวัง เเละหากเกิดเหตุตูมตามขึ้นมาจะต้องมีหลักฐาน สามารถตอบคำถามใได้ ถ้าไม่มีความพร้อมด้านนิติวิทยาศาสตร์ ก็เจ๊ง จะต้องมีเทคโนโลยีการบันทึกภาพเพื่อยืนยันว่าผู้ต้องหาอยู่ในวัดหรือไม่” พล.ต.อ .ศรีวราห์ กล่าว

อธิบดีดีเอสไอยังอุบวันเวลาบุกค้น

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การออกหมายค้นพนักงานสอบสวนจะต้องแนบแผนที่ และรายละเอียดให้ศาลพิจารณา อยุ่ระหว่างการดำเนินการ ในส่วนเอกสารก็กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องวันเวลาการขอหมายค้นคงเปิดเผยไม่ได้ การประชุมวันนี้ แต่ละหน่วยเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจส่วนหนึ่ง ส่วนรายละเอียดตามหมายค้นไม่สามารถเปิดเผยได้

ศิษยานุศิษย์ทยอยเข้าวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของวัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีคณะศิษยานุศิษย์เดินทางเข้าวัดพระธรรมกายด้านประตู 7 กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถบัสและรถตู้โดยสาร ขณะที่ถนนบางขัน-หนองเสือ ขาออกใกล้เคียงสะพานคลองสอง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1บก.ทล.อยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.คลองหลวง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.กรมขนส่งทางบกโดยเฉพาะรถตู้ประจำทางที่วิ่งออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต

อดีตวิศวกรแฉทำบุญจนหมดตัว

ด้าน นายชาติชาย บำรุงสุนทร อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรเคมี บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้เดินมาที่บริเวณหน้าวัดฯ โดยมีการเขียนป้ายคล้องคอข้อความเป็นภาษอังกฤษว่า Thammachayo is the sweetest cruelest cold-blooded Hypocrite และภาษาไทยว่า กระชาก หน้ากาก ธรรมกาย พร้อมเปิดเผยว่า ตนเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย และพักอาศัยอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ในชีวิตครอบครัวและการเงิน จากการที่ภรรยาหลงศรัทธาคำสอนนอกพระพุทธศาสนาของวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน จนเสพติดการทำบุญของทางวัดฯ และในที่สุดได้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองจนหมดเนื้อหมดตัว ประสบปัญหาครอบครัวต้องแยกย้ายกัน แต่ก็รู้สึกดีใจที่จะให้ชาวโลกได้รู้ว่าวัดพระธรรมกาย สอนศาสนาพุทธเทียม เพราะแนวทางการสอนไม่เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top