วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
4 พ.ค.61 นางสุภัชชา สุทธิพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) พร้อม นางจตุพร โรจนพานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข่าว “ผ้าห่มแจก” ผู้ยากไร้แพงไม่มีคุณภาพ โดยได้มีการลงพื้นที่สอบถามผู้จำหน่ายผ้าห่มถึงเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายผ้าห่ม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งได้มาจัดซื้อผ้าห่มให้คนยากไร้จำนวน 500 ผืน ผลิตด้วยเนื้อผ้าดีกว่าปกติ ตัดเย็บด้วยความประณีต ราคาจึงอยู่ที่ 400 บาท พร้อมนำตัวอย่างผืนที่ทางร้านเก็บไว้เป็นตัวอย่างมาให้ตรวจสอบ ซึ่งผู้ตรวจฯ พร้อมคณะ ได้ช่วยกันตรวจสอบดูการตัดเย็บผ้าห่มที่เป็นข่าว และผืนที่สั่งทำพิเศษว่ามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไรซึ่งก็เป็นความจริงตามคำบอกเล่าของผู้จำหน่ายผ้าห่ม
จากนั้นผู้ตรวจฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านของ นางสมบท มลิลาพันธุ์ หรือยายหยวก วัย 74 ปี ผู้ยากไร้ชาว ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่ได้รับแจกมาจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ที่เป็นข่าวเพื่อหาข้อเท็จจริง
ยายหยวก กล่าวว่า มีคนสอบถามเรื่องผ้าห่ม ยายก็บอกว่าเขาแจกดีนะ ผืนใหญ่หนาด้วย ห่มอุ่นดี ดูแลประชาชนดีดูแลทั่วถึง ก็พูดไปตามจริงที่ได้รับแจกมา ไม่ได้พูดว่าห่มแล้วมันไม่อุ่น ผืนมันเล็กห่มไม่ถึงเท้า จึงเข้าใจว่าเป็นผ้าห่มคนละผืนกันกับผ้าห่มที่ว่ามันสวย เลยเอามาตัดเป็นเสื้อไว้ใส่ไปวัด
ด้านนางสุภัชชา กล่าวว่า ได้มีโอกาสมาหาข้อเท็จจริงเรื่องการจัดซื้อผ้าห่มที่มองว่ามีราคาแพงกว่าท้องตลาด ประเด็นปัญหาคือช่วงหน้าหนาวเจ้าหน้าที่ศูนย์ไร้ที่พึ่งได้จัดซื้อผ้าห่มจำนวน 500 ราย โดยจัดสั่งผ้าห่มที่หนากว่าเดิม 60 กรัม เป็น 120 กรัม การเย็บเข้ามุมเรียบร้อย และเพิ่มไซส์ให้ใหญ่ขึ้น และได้เดินทางมาที่บ้านยายหยวก เพื่อมาขอดูผ้าห่มที่ได้รับแจกว่าผ้าห่มหนากว่าปกติ ใหญ่กว่าปกติ ตรงตามที่ร้านได้บอกทุกอย่าง จึงสรุปได้ว่าไม่พบการทุจริตในการจัดซื้อผ้าห่มในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดที่ไม่พบการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง แต่พบพฤติการณ์ทุจริตการจัดซื้อผ้าห่ม ว่า จากการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณจัดซื้อผ้าห่ม ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ปีงบประมาณ 2559-2560 พบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี จัดซื้อผ้าห่มจากร้านค้าวิสาหกิจชุมชนแจกผู้ยากไร้ในช่วงฤดูหนาว ราคาสูงกว่าท้องตลาดเป็นเท่าตัวว่าข้อมูลล่าสุดจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าคุณภาพของผ้าห่มบางมาก ไม่สมกับราคาตั้งเบิกที่ 400 บาท
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งบอกเหตุที่น่าจะเป็นการเตรียมการร่วมกันทุจริต เมื่อเจ้าหน้าที่กลับไปตรวจสอบร้านค้าที่ขายผ้าห่มลักษณะเดียวกับที่แจกจ่ายชาวบ้านในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่ง ป.ป.ท.ได้เคยไปตรวจสอบราคาเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตั้งราคาขายที่ 190 บาท แต่ล่าสุดไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ร้านค้าเดิมกลับติดราคาผ้าห่มสูงขึ้นในราคา 400 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับราคาตั้งเบิกถือเป็นข้อสังเกตที่สำคัญที่เห็นได้ว่ามีความเป็นไปได้ว่ามีเจตนาปกปิดหลักฐาน ถือเป็นหลักฐานสำคัญโดยหลังจากนี้ ป.ป.ท.เตรียมจะเดินหน้าตรวจสอบลงลึกต่อไป รวมจะตรวจดูว่าในจังหวัดอื่นมีพฤติการณ์แบบเดียวกันหรือไม่
ขณะที่แหล่งข่าวจาก ป.ป.ท.ได้นำผ้าห่มที่แจกประชาชนใน จ.สิงห์บุรี มาให้ผู้สื่อข่าวดูพบว่าผ้าห่มมีลวดลายต่างๆ ใส่ถุงตาข่ายๆ บางๆ มีลักษณะบางไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้ เมื่อนำมาเทียบกับผ้าห่มที่ไปซื้อมาจากตลาดในราคา 180 บาทกลับหนาและให้ความอบอุ่นได้มากกว่า
สอบถามชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ระบุว่า เป็นผ้าสำหรับใช้ทำพวงหรีดตามงานศพ ไม่มีใครนำมาใช้ห่ม มีชาวบ้านบางคนที่ได้รับนำไปซักครั้งเดียวผ้าห่มมีลักษณะบิดตัว เส้นใยในผ้าห่มหด บางรายขยี้แรงถึงกับฉีกขาด และเมื่อลงไปตรวจสอบตามร้านค้าที่จำหน่ายผ้าห่มรายใหญ่ใน จ.สิงห์บุรี จำนวน 3 ร้าน ระบุแบบเดียวกันว่า ไม่มีร้านไหนจำหน่ายผ้าห่มในลักษณะนี้ ถ้าหากชาวบ้านมีการซื้อขาย ซื้อได้ในราคาผืนละ 120-150 บาทเท่านั้น หากเกิน 200 บาทถือว่าแพงมากแล้ว ผู้ประกอบการในพื้นที่คาดว่าน่าจะเป็นผ้าห่มนำเข้ามาจากประเทศจีน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี