ศูนย์ข้อมูลน้ำ สทนช. ระวังตาบอด สอนตาดีเดิน

ศูนย์ข้อมูลน้ำ สทนช. ระวังตาบอด สอนตาดีเดิน

วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 19.53 น.
Tag :

เฝ้ามองการทำงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  ด้วยใจระทึกตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 ประกาศจัดตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาเมื่อปลายปี 2560

กำลังคนแค่นับนิ้วกับภารกิจการเป็นหน่วยงานกลางบูรณาการเรื่องน้ำ ซึ่งถือเป็นภารกิจใหญ่หลวง แต่ภายใต้ข้อจำกัดนั้นก็สามารถฟันฝ่ามาได้ไล่หลังการเพิ่มจำนวนคนไม่ถึง 100 คน


หน่วยงานกลางจริง มีอำนาจจริง แต่ไม่ได้หมายความว่า เรียกหน่วยงานอื่นมาแล้วชี้นิ้วสั่งตามความต้องการของตัวเองอย่างเดียว  หากคิดอย่างนั้น สทนช. ก็พังตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

ตรงกันข้าม สนทช. ยังต้องเข้าไปในลักษณะผู้ประสานความร่วมมือในฐานะหน่วยงานกลางเรื่องน้ำ มีทั้งการรับฟังความคิดเห็น แผนงาน โครงการ กระทั่งชี้แนะทางออกของปัญหา และ ฯลฯ  เพื่อให้งานบริหารจัดการน้ำของประเทศเดินหน้าอย่างเป็นเอกภาพจริงจัง  เกิดประโยชน์ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิมที่ต่างคนต่างทำ และบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลนี้ต้องการเห็นหน่วยงานกลางเรื่องน้ำเกิดขึ้นและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบ สนทช. จำกัดจำนวนกำลังพลในตัว เพราะทำหน้าที่ผู้กำหนด Regulator ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ Operator ดังนั้นในการถ่ายโอนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นมาอยู่ที่ สทนช. ในระยะแรก หรือแม้ระยะถัดไปยังคงเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานน้ำมาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะจากกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ

ทุกวันนี้ที่ทำงานได้ขนาดนี้ถือว่า เกินไปจากความคาดหมายของหลายๆ คนที่นึกปรามาสว่า จะเผชิญความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ

แต่เมื่อตั้งไข่ได้สำเร็จจนขับเคลื่อนงานได้ระดับหนึ่ง และร่วมกันจัดนิทรรศการและเปิดตัวกับบรรดาหน่วยงานด้านน้ำ 38 หน่วย 7 กระทรวง ให้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประจักษ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา สทนช. เริ่มได้รับการพูดถึงและได้รับการยอมรับตามมา

ยิ่งถ้าได้เห็นการขับเคลื่อนการบูรณาการรับมือน้ำหลากพื้นที่ลุ่มต่ำ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นการประเดิมติดตามงานในพื้นที่เสี่ยง      ก็ได้เห็นภาพหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันจับมือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้น เป็นภาพการเชื่อมร้อยการทำงานเข้าด้วยกัน ไม่ว่ากรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนเจ้าของพื้นที่ไม่ว่าจังหวัดหรืออำเภอ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

นั่นเป็นการลงไปขับเคลื่อนเพียงพื้นที่เดียว หากมองการทำงานในขอบเขตทั่วประเทศ ในฐานะหน่วยงาน “แห่งชาติ” สทนช. ยังต้องทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการรับมือน้ำท่วม ต้องเอ็กซเรย์ทั้งช่วงเตรียมการรับมือ ช่วงเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ตลอดจนการถอดบทเรียน

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ตอบคำถามของพิธีกรบนเวทีสัมมนา การปฎิรูปการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ถึงเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับน้ำว่า ยังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นต้น

ฟังแล้วก็ชวนฉุกใจคิด

แน่นอนในช่วงเริ่มต้นตั้งไข่ ยังอาจพอทำใจรับได้ แต่อนาคตอันไม่นานนับแต่นี้ไป  หาก สทนช.ยังคงยืมจมูกหายใจด้วยการแบมือขอข้อมูลหลักจากหน่วยงานที่เป็น Operator เหล่านี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็น Regulator ก็จะเป็นภาพที่ดูไม่จืดและไม่น่าจะถูกหลักการทำงาน

ตรงกันข้าม ด้านหนึ่งแม้ สทนช. พึ่งพาจากหน่วยงาน Operator แต่อีกด้านหนึ่ง สทนช. ต้องมีศูนย์ข้อมูลของตัวเอง ทั้งการสร้างสมดุลข้อมูลและการวางกรอบทิศทางข้อมูลที่กว้างขึ้นหรือลึกขึ้น เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และตอบโจทย์หน่วยงานกลางด้านน้ำอย่างที่รัฐบาลต้องการ

ทุกวันนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังต้องถามว่า เป็นข้อมูลที่ สทนช. ต้องการมากน้อยเพียงใด มีความถูกต้องเชื่อถือได้แค่ไหน และยังมีข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้ส่งมาบ้างหรือไม่

ว่ากันไม่ได้ เพราะเมื่อเป็นการขอความอนุเคราะห์ ก็สุดแต่เจ้าของข้อมูลจะให้หรือไม่ให้ หรือหากให้ก็ช้ำเกินกว่าจะเยียวยา

แต่เป็นการบ้านที่นายกรัฐมนตรี อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรรับรู้และพิจารณาอย่างจริงจังว่า ศูนย์ข้อมูลน้ำอย่างเต็มระบบของ สทนช. เป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

ไม่เช่นนั้น Regulator อย่าง สทนช. ที่มีข้อมูลจำกัด เปรียบไปก็คล้ายๆ กับคนตาบอดไปสอนคนตาดีอย่าง Operator เดินนั่นแหละ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top