เลิกทำนาปรัง! ปักหมุด32จว.ปลูกพืชทดแทน ประกันราคา รายได้ดีกว่าข้าว

เลิกทำนาปรัง! ปักหมุด32จว.ปลูกพืชทดแทน ประกันราคา รายได้ดีกว่าข้าว

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 17.57 น.

เลิกทำนาปรัง! ปักหมุด32จว.ปลูกพืชทดแทน ประกันราคา รายได้ดีกว่าข้าว  

11 ก.ย.61 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน คัดเลือกพื้นที่ 2.82 ล้านไร่ ใน 32 จังหวัด เข้าร่วมโครงการปลูกพืชหลังนาทดแทนการทำนาปรัง ซึ่งใช้แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก(Agri-Map) ซึ่งกำหนดสภาพดินว่าเหมาะสมแก่การปลูกพืชชนิดใดบ้าง โดยโครงการนี้ให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งในประเทศยังขาดแคลน ผลิตได้เพียงครึ่งเดียวของความต้องการใช้ นอกจากนี้ยังมีพืชตระกูลถั่ว ซึ่งใช้น้ำน้อยและช่วยบำรุงดินระหว่างพักนา และพืชผักซึ่งใช้น้ำน้อยเช่นกันและขายได้ราคาดี โดยขณะนี้ได้กำหนดพื้นที่ชัดเจนแล้ว ประกอบด้วย


+ ภาคเหนือมี 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี รวม 403,475.27 ไร่

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่  นครราชสีมา นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ หนองคาย อุดรธานี และอุบลราชธานี รวม 9,905.78 ไร่

+ ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาทและสระบุรี รวม 775,355.94  ไร่

+ ภาคตะวันออก 1 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี รวม 1,630,036.81 ไร่

นายทองเปลว ระบุว่า ตามการคาดการณ์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ในวันที่ 1 พ.ย.61 ซึ่งจะเริ่มโครงการ  ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งจะมี 61,279 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็น 86% ของความจุอ่าง เป็นน้ำใช้การได้ 37,737 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะใช้เลี้ยงพืชในโครงการนี้ตลอดจนถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยว

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ผลผลิตทั้งหมดมีผู้รับซื้อแน่นอน โดยกระทรวงเกษตรฯได้เจรจากับภาคเอกชนให้เข้ามารองรับผลผลิตทั้งหมด โดยบริษัทที่รับซื้อจะดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูก และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จากนั้นจะใช้กลไกสหกรณ์เข้าไปรับซื้อผลผลิต เพื่อรวบรวมส่งขายให้บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกระทรวงเกษตรฯ พื้นที่ส่วนใหญ่จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งยังไม่เพียงพอใช้ในประเทศ รับประกันราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 5 บาท ที่ความชื้น 30% ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้ประมาณไร่ละ 7,500 บาท หักต้นทุนแล้วจะเหลือกำไรกว่า 4,000 บาท เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวจะมีรายได้มากกว่า 2,000 บาท เนื่องจากการปลูกข้าวมีต้นทุนสูงกว่า จะยกระดับรายได้ของเกษตรกรเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561- 2580)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top