Logo วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
แจงคืบหน้าแก้ประมงผิดกม.  ลุยจดทะเบียนจัดระเบียบเรือ

แจงคืบหน้าแก้ประมงผิดกม. ลุยจดทะเบียนจัดระเบียบเรือ

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : กม.
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัญหาใหญ่สำคัญในการแก้ปัญหาประมงของประเทศไทยคือ “จำนวนเรือประมงที่แท้จริง” จากพ.ร.บ.เรือไทย พ.ศ. 2481 กำหนดให้การถอนทะเบียนเรือเป็นหน้าที่ของเจ้าของเรือ ไม่ได้ให้อำนาจกรมเจ้าท่าในฐานะนายทะเบียนเพิกถอน แม้เรือลำดังกล่าวจะขาดต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือมากกว่า 30-40 ปี หรือมีเรือประมงบางส่วนไม่ได้จดทะเบียนเรือ เห็นจากช่วงปี พ.ศ. 2558 มีการสำรวจเรือประมงในน่านน้ำไทย พบมีเรือประมงทั้งสิ้น 45,805 ลำ ร้อยละ 78 เป็นเรือประมงพื้นบ้าน โดย 4,499 ลำ เป็นเรือประมงที่ไม่ได้จดทะเบียนเรือ นอกจากนี้ พบว่ามีเรือประมงที่จดทะเบียนเรือประมาณ 8,024 ลำไม่มาแสดงตน ต่อมาภายใต้คำสั่งคสช.ได้เพิกถอนทะเบียน ซึ่งจากตรวจสอบพบว่าเรือกลุ่มดังกล่าวบางส่วนมีการขาย จมหรือไม่สามารถติดต่อเจ้าของได้ โดยไม่ได้มาเพิกถอนทะเบียนกับกรมเจ้าท่า และเพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเรือประมง รัฐบาลออกคำสั่ง คสช. ที่ 53 /2559เพื่อให้กรมเจ้าท่าสามารถ “งดการจดทะเบียนเรือไว้เป็นการชั่วคราว” และออกคำสั่ง คสช.ที่ 22/2560 เพื่อให้“ตรวจวัดและจัดทำอัตลักษณ์เรือประมงที่มีการขนาดมากกว่า 10 ตันกรอส” เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลเรือประมงที่ถูกต้อง

จากปัญหาที่สะสมมานาน การที่สามารถ “Clean up” เรือประมงภายในเวลาอันสั้น เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ สมาคมประมง ตลอดจนผู้ประกอบการเจ้าของเรือ การดำเนินการดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบในฐานะ“รัฐเจ้าของธง” เนื่องจากการจดทะเบียนเรือหรือการให้สัญชาติเรือกับเรือลำใด “รัฐจะกำหนดเงื่อนไขในการให้สัญชาติของตนแก่เรือ ในการจดทะเบียนเรือในอาณาเขตของตน และการใช้สิทธิชักธงของตน เรือย่อมมีสัญชาติของรัฐเจ้าของธง ซึ่งเรือนั้นมีสิทธิชักจะต้องเกี่ยวโยงอย่างแท้จริงระหว่างรัฐกับเรือนั้น”


นอกจากนี้ จากพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ที่กำหนด “แนวทางออกใบอนุญาตทำการประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมง และปริมาณผลผลิตสูงสุดที่ทำประมงได้อย่างยั่งยืน โดยใช้จุดอ้างอิงเป็นฐานพิจารณา” ซึ่งเป็นไปตามหลักการความรับผิดชอบในฐานะ“รัฐชายฝั่ง” ซึ่งการดำเนินการทั้ง 2 ส่วนเป็นบทบัญญัติภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2554 มีผลผูกพันที่ไทยต้องปฏิบัติตามตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2554

กรมประมงนำข้อมูลเรือที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และแนวทางออกใบอนุญาตประมงพาณิชย์ มาใช้ออกใบอนุญาตประมงพาณิชย์ใน 2 รอบปีการประมงที่ผ่านมา เพื่อให้การลงแรงประมงอยู่ภายใต้ปริมาณผลผลิตสูงสุดที่ทำประมงได้ยั่งยืน แต่จากสภาวะทรัพยากรประมงที่ยังอยู่ในสภาวะ Overfishing ซึ่งต้องลดการลงแรงประมงลงอีก กรมประมงพิจารณาออกใบอนุญาตประมงพาณิชย์ให้ “ชาวประมงทุกคน”มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด โดยใช้ “การบริหารจัดการวันทำการประมง” เพื่อให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จะจัดสรรในการทำประมงเพียงพอสำหรับทุกคน ปัจจุบันประเทศไทยมั่นใจได้ว่ามีเรือประมงพาณิชย์ที่มีการจดทะเบียนเรือและมีใบอนุญาตประมงพาณิชย์ 10,566 ลำ และมีเรือประมงพื้นบ้านที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตัน ที่จดทะเบียนกับกรมเจ้าท่าทั้งสิ้น 27,925 ลำ

จากกระแสข่าวการให้ข้อมูลจำนวนเรือประมงที่ทำประมงเดิมมีมากถึง 80,000 ลำ ตอกย้ำถึงความล้มเหลวของประเทศไทยในฐานะ “รัฐเจ้าของธง” และ “รัฐชายฝั่ง” ในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก “รัฐ” ไม่มีความชัดเจนถึงจำนวนเรือที่มีอยู่จริง นอกจากนั้นแล้วการขาดการควบคุมเรือประมงไทยที่ออกไปทำประมงนอกน่านน้ำทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “จำเลย” ในสายตาต่างประเทศ เป็นที่มาของคำว่า “Ghoht Ship” ที่สื่อต่างประเทศกล่าวถึงเรือประมงไทย อันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้สหภาพยุโรปให้ “ใบเหลือง” แก่ประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่การ “เจรจาต่อรองกับต่างประเทศ” เนื่องจาก “ใบเหลือง” เป็นเพียงการเตือนให้รู้ว่ามีปัญหาอะไร การที่จะแก้ปัญหาหรือไม่เป็นความรับผิดชอบของ “รัฐ” ความพยายามช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนของการประมงไทยในอนาคตที่วางไว้ไกลเกินกว่าระยะเวลาของรัฐบาลหรือผลประโยชน์เบื้องหน้าระยะสั้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved