546.jpg
พ่อลูกหอบหลักฐานแจ้งตร.  ถูกมิจฉาชีพนำบัตรปชช.สวมรอยหลอกขายสินค้าออนไลน์

พ่อลูกหอบหลักฐานแจ้งตร. ถูกมิจฉาชีพนำบัตรปชช.สวมรอยหลอกขายสินค้าออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 17.52 น.

สองพ่อลูกหอบหลักฐานเข้าแจ้งตำรวจ สภ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์ หลังถูกมิจฉาชีพนำบัตร ปชช.ไปสวมรอยหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์  มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายพื้นที่จังหวัดมากกว่า 20 ราย  สุดท้ายถูกผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดเพราะมีชื่อเป็นผู้ขาย   จึงอยากให้ ตร.ติดตามตัวผู้ที่หลอกลวงตัวจริงมาดำเนินคดีตาม กม.  พร้อมเตือนผู้ที่คิดจะซื้อของออนไลน์ หรือนำบัตร ปชช.ให้คนอื่น ระวังตกเป็นเหยื่อ    

9 ก.พ.62 นายไตรสิทธิ์ เตียประสิทธิ์ อายุ 56 ปี  และนายพิสิษฐ์  เตียประสิทธิ์ อายุ 25 ปี สองพ่อลูกชาว ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์  ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิวัฒน์  นามอาษา พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง หลังจากได้มีมิจฉาชีพหลอกเอาบัตรประชาชนของนายพิสิษฐ์   ลูกชาย  ไปสวมรอยหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ให้กับผู้อื่นต่อ เช่น โทรศัพท์มือถือ  และอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ  มีผู้ตกเป็นเหยื่อสั่งซื้อสินค้าในหลายพื้นที่จังหวัด   และผู้ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อสินค้าออนไลน์แต่กลับไม่ได้รับสินค้าจริง  ก็ได้เข้าแจ้งความเอาผิดนายพิสิษฐ์  ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกนำบัตรประชาชนไปแอบอ้างแล้วกว่า 20 ราย   แต่ละรายสูญเงินที่โอนไปจ่ายค่าสินค้าตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท     


ซึ่งที่ผ่านมานายพิสิษฐ์ ได้นำหลักฐานไปแสดงเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายท้องที่  เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีเป็นผู้หลอกขายของออนไลน์และไม่มีส่วนเกี่ยวกับมิจฉาชีพดังกล่าว  แต่ก็ยังมีการนำบัตรประชาชนไปสวมรอยหลอกลวงคนอื่นอยู่อย่างต่อเนื่อง และเพื่อความบริสุทธิ์ตนก็พร้อมให้ตรวจสอบ 

จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือติดตามตัวมิจฉาชีพรายดังกล่าว ที่นำบัตรประชาชนไปหลอกลวงผู้อื่น มาดำเนินคดีตามกฎหมาย  เพื่อจะได้มารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำ และไม่ไปหลอกลวงบุคคลอื่นต้องสูญเสียเงินอีก    

 นายพิสิษฐ์ ยังเล่าอีกว่า ก่อนที่ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาบัตรประชาชนไปสวมรอย เนื่องจากตอนแรกได้เข้าไปค้นหาใน Facebook  เพื่อจะซื้อมือถือ  แล้วบังเอิญไปเจอมิจฉาชีพคนดังกล่าว โพส์ตขายมือถือมือสอง  โดยให้ผ่อนเป็นงวดๆ จึงสนใจ จากนั้นก็ติดต่อซื้อขายกันโดยติดต่อกันทางเฟส  เมื่อตกลงจะซื้อขายกัน เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่ายจึงมีการถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งแลกกัน จากนั้นตนก็โอนเงินไปให้งวดแรก 3,000 บาท  จากราคามือถือทั้งหมด 17,000 บาท แต่หลังจากโอนเงินงวดแรกไปให้พร้อมถ่ายรูปบัตรประชาชนแลกเปลี่ยนกันแล้ว ก็ถูกบล็อกเฟสไม่สามารถติดต่อกับบุคคลดังกล่าวได้อีก  จึงรู้ว่าถูกหลอกตอนแรกก็คิดว่าแค่ถูกหลอกเสียเงินที่โอนค่าโทรศัพท์ไป 3,000 บาทเท่านั้น แต่แท้จริงไม่ใช่หลังจากนั้นก็มีตำรวจจากหลายท้องที่โทรศัพท์มาหา บอกว่าตนถูกผู้เสียหายหลายรายแจ้งความว่าไปหลอกขายสินค้าทางออนไลน์   แต่ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า  

จึงเชื่อว่ามิจฉาชีพคนดังกล่าวน่าจะเอาบัตรประชาชนของตนเอง  ไปสวมรอยหลอกลวงบุคคลอื่นต่อ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมิจฉาชีพคนนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย  ทั้งนี้ยังได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานด้วยว่า หลังจากนี้หากมิจฉาชีพนำบัตรประชาชนของตนเองไปแอบอ้างหลอกลวงบุคคลอื่น  ไม่ว่าวิธีการใดก็ตามตนเองจะไม่รับผิดชอบ พร้อมทั้งอยากเตือนผู้ที่คิดจะซื้อของทางออนไลน์  และจะให้บัตรประชาชนกับบุคคลอื่น  เพราะนอกจากจะถูกหลอกสูญเสียเงินแล้ว  ยังจะถูกนำบัตรประชาชนไปใช้ในทางที่ผิดอีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top