วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
การพัฒนาที่ยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งนักพัฒนาจำต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งนับวันมีความเจริญเติบโต ด้วยลักษณะการกระจายอำนาจในรูปแบบท้องถิ่นนับวันได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ดังนั้นการก้าวข้ามในแต่ละยุคสมัยเป็นสิ่งสำคัญ
นายวีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอกุฉินารายณ์ กล่าวว่า อำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวตามประวัติกล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณ 200 กว่าปี มีชนกลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เรียกชื่อตนเองว่า “ภูไท” ได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงขึ้นเทือกเขาภูพานลงมาตั้งเมืองกุดสิมนารายณ์ (ปัจจุบันคือ บ้านคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์) ต่อมาเข้าสู่ปี พ.ศ. 2384 (จ.ศ. 1203) สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ไทยกับเวียดนามมีการสู้รบกันตามแนวเขตชายแดน เจ้าเมืองวัง คือ ท้าวกอ จึงได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงมาสู่แดนไทย ต่อมาท้าวกอ (ราชวงศ์กอ) กับพรรคพวกได้มาตั้งเมืองที่มีหนองน้ำ (ผู้ไทเรียกว่า “กุด”) และมีสิมไม้ (โบสถ์) อยู่กลางหนองน้ำ และสิมนั้นมีรูปนารายณ์พร้อมเสมาหินแกะสลักเป็นลวดลายตั้งอยู่รอบๆ บริเวณนั้น จึงเรียกชื่อบ้านว่า “กุดสิมนารายณ์” ต่อมาปี พ.ศ. 2388 บ้านกุดสิมนารายณ์ ได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกุดสิมนารายณ์ มีเจ้าเมืองราชวงศ์กอ พระธิเบศร์วงศา (กอ) เป็นผู้ปกครอง จนถึงปี พ.ศ. 2405 ก็ถึงแก่กรรม อุปราชด้วง จึงได้ปกครองเมืองกุดสิมนารายณ์เป็นคนที่ 2 ในปี พ.ศ. 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรีได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งอุปราชด้วง เป็นพระธิเบศร์วงศา (ด้วง) จนถึงปี พ.ศ. 2423 ก็ถึงแก่กรรม ท้าวกินรี จึงได้ปกครองเมืองกุดสิมนารายณ์เป็นคนที่ 3 ในปี พ.ศ. 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งท้าวกินรี เป็นพระธิเบศร์วงศา (กินรี) ต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2451 เมืองกุดสิมนารายณ์ ถูกยุบลงเป็น อำเภอกุดสิมนารายณ์ พระธิเบศร์วงศา(กินรี)ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอกุดสิมนารายณ์ 4 ปี จนถึง ปี พ.ศ. 2454 ก็ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาปี พ.ศ. 2454 ทางราชการได้แต่งตั้ง หลวงประเวศน์ อุทรขันธ์ (ลี มัธยมนันท์)มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอ พอถึงปี 2456 ราวกลางเดือนมีนาคมหลวงประเวศน์ อุทรขันธ์ ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอกุดสิมนารายณ์ไปตั้งอยู่ที่บ้านบัวขาว ตั้งชื่อ อำเภอเป็น “อำเภอกุฉินารายณ์”โดยได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาประดิษฐานไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอกุฉินารายณ์ มาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา100 ปี ซึ่งชาวบ้านเรียกพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืององค์นี้ว่า“หลวงพ่อองค์ดำ”
“ในวาระโอกาส พุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และอำเภอกุฉินารายณ์ได้ตั้งอำเภอที่บ้านบัวขาว ครบรอบ 100 ปี ในเดือนมีนาคม 2556 อำเภอกุฉินารายณ์ จึงได้กำหนดจัดงานสมโภชกุฉินารายณ์ ครบรอบ 100 ปี และได้จัดสร้างพระพุทธรูป “พระพุทธชยันตีกุฉินารายณ์พิทักษ์มิ่งมงคล”(หลวงพ่อองค์ดำ) จำลอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองขึ้น”
ด้าน นายธนเสฏฐ์ ชังสงครามธนทัต นายกเทศมนตรีเมืองบัวขาว กล่าวว่า งานสมโภช 100 เมืองบัวขาว เทศบาลเมืองบัวขาวเป็นแม่งานหลัก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2556 ด้วยความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนรวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จาก อ.เขาวง อ.นาคู อ.ห้วยผึ้งและ อ.กุฉินารายณ์ ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ การจัดงานจะมีความยิ่งใหญ่ โดยในวันที่ 16 ก.พ.2556 ตั้งแต่เช้า จะมีพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปจำลอง พระพุทธชยันตีกุฉินารายณ์พิทักษ์มิ่งมงคล หรือหลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวอำเภอกุฉินารายณ์เคารพนับถือ จำนวน2,600 องค์ และพระกริ่งหลวงพ่อองค์ดำ จำนวน 10,000 องค์ และในวันที่ 17 ก.พ. 2556 กลางวันชมการประกวด อาหาร ดนตรี และการแสดงบนเวทีมากมาย ชมการออกร้านและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP จากอำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอนาคูและอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
ในช่วงบ่าย ชมพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมชมขบวนฟ้อนรำของสาวงาม 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอกุฉินารายณ์อำเภอเขาวง อำเภอนาคู อำเภอห้วยผึ้ง จำนวน 4,000 คน โดยฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์เป็นประธานในพิธี ส่วนภาคกลางคืน ชมความยิ่งใหญ่ตระการตาแสง สี เสียง การแสดงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของอำเภอกุฉินารายณ์ ใช้นักแสดงเป็นจำนวนถึง 4,000 คน พร้อมชมคอนเสิร์ตลูกทุ่ง ต่าย อรทัย ดอกอ้อ ทุ่งทอง และก้านตอง ทุ่งเงิน
ด้าน นายประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ 6 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งานสมโภช 100 ปี บัวขาว ครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทุกภาคส่วน เพื่อแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน การแสดงที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าอำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งถือเป็นอำเภอหน้าต่างในถนนประตูสู่อินโดจีน “กาฬสินธุ์ของเรามีความพร้อม” ในทุกด้าน และเชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้ยังจะทำให้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นเกิดความสามัคคี นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการจัดงาน และสร้างเม็ดเงินให้กับจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนมากด้วย
กฤษณ์ ทิพเลิศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี