533.jpg
มท.ห้ามเข้าป่า100% เอาจริงคนลักลอบเผา

มท.ห้ามเข้าป่า100% เอาจริงคนลักลอบเผา

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

มท.ห้ามเข้าป่า100%

เอาจริงคนลักลอบเผา

 


ปลัดมท.ขึ้นฮ.สั่งการดับไฟป่า เชียงใหม่-ภาคเหนือ เอาจริง ผู้ลักลอบเข้าป่า-เผาป่า สั่งห้ามเข้าพื้นที่ป่า-ดำเนินคดีเด็ดขาด ส่วน จ.แม่ฮ่องสอน ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 2 อำเภอ ที่ “ปาย-แม่สะเรียง” พบจุดความร้อน 584 จุด ระบบอินเทอร์เน็ตล่ม ด้านกรมฝนหลวงฯ เร่งปฏิบัติการช่วยระบายฝุ่น ดำเนินการต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือ ว่าได้รับรายงานจากนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ควบคุมตัวผู้ลักลอบเข้าป่า หลังจากชุดสายตรวจร่วมของฝ่ายปกครอง อ.ไชยปราการ อุทยานแห่งชาติผาแดง และทหารมณฑลทหารบก 33 ออกลาดตระเวน ตั้งด่านตรวจผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่า และเผาป่า บริเวณบ้านกิ่วจำปี ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ โดยคุมตัวได้พร้อมของกลางกระเป๋าเป้สีดำ กระสุนปืน (ลูกปราย) ดินปืน และอุปกรณ์เสพยาเสพติด ทั้งกระบอกไม้ไผ่ ฟอยด์และไฟแช็ก

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลักลอบเข้าป่ามา 2 วันแล้ว เพื่อวางอุปกรณ์ล่าสัตว์ ตรวจสอบพบเป็นแห้วเครือ หรือแร้วเครือ ใช้สำหรับดักสัตว์ป่า เช่น อีเห็น กับกระต่ายป่า รวมทั้งเสพยาเสพติด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ รับไว้ดำเนินคดี

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการห้ามเข้าพื้นที่ป่าในช่วงวิกฤต ให้ดำเนินทุกมาตรการ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งลาดตระเวนจับกุมผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ป่า ดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดประกาศของจังหวัด ที่ขณะนี้ทุกจังหวัดภาคเหนือ ได้ประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าแล้ว เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้านนายรัฐพล กล่าวว่า จังหวัดจะดำเนินมาตรการเด็ดขาด เจออีกจับอีก พร้อมระดมทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างจริงจัง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 รวม 2 ลำ เข้าปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟ ในจุดวิกฤตใน จ.เชียงใหม่ โดยมี พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 และนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ ผวจ.เชียงใหม่ ร่วมขึ้นบินปฏิบัติภารกิจ และประเมินสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ขึ้นบินกับเฮลิคอปเตอร์ บัญชาการดับไฟป่าใน ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง ซึ่งเป็นพิกัดจุดความร้อน (Hotspot) ที่สำคัญ โดยทำการทิ้งน้ำอีก 2 เที่ยว ปริมาณ 6,000 ลิตร รวมทั้ง 2 ภารกิจ ได้ทิ้งน้ำสกัดเพลิงไปทั้งสิ้น 10 เที่ยว ปริมาณน้ำรวม 30,000 ลิตร โดยนายอรรษิษฐ์ ยังระบุด้วยว่า ภาพที่ปรากฏป่าถูกเผาจนควันเต็มไปหมด สถานการณ์ไฟป่าขณะนี้จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด จึงสั่งกำชับนายอำเภอทุกพื้นที่ ประกาศปิดป่า 100% ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่ป่าเด็ดขาด หากชุดลาดตระเวนตรวจพบผู้ฝ่าฝืนจะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

พร้อมกันนั้น ได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเป็นด่านหน้าในการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อขอให้หยุดการเผาป่าทุกกรณี เพราะเป็นเรื่องของลมหายใจส่วนรวม ที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้

ที่ จ.แม่ฮ่องสอน วันเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ประกาศให้พื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ปาย และ อ.แม่สะเรียง เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชน และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัย ให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ผู้อำนวยการจังหวัด จึงประกาศให้พื้นที่ ดังกล่าวเป็นเขตประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ส่วนสถานการณ์ไฟป่า ทางศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ผ่านดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ว่าพบจุดความร้อน 584 จุด

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต TOT จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งว่าหากขณะนี้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ประสบปัญหาช้ามากถึงใช้งานไม่ได้เลย ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง เนื่องจากสาย OFC ขาด เพราะไฟไหม้ทั้ง 3 เส้นทาง คือปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน , จอมทอง-บ่อหลวง และแม่แจ่ม-จอมทอง ทางเจ้าหน้าที่ฯ อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยข้อมูลว่า จากการปฏิบัติการทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ส่งเครื่องบิน รวม 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Kasa 2 ลำ และ L410 อีก 2 ลำ สนับสนุนภารกิจเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ การก่อเมฆ การเลี้ยงเมฆ และการเจาะชั้นบรรยากาศร้อน เร่งการระบายฝุ่น PM2.5 ออกจากชั้นอากาศ ซึ่งผลการปฏิบัติการ พบว่าเริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวก เกิดการระบายฝุ่นในพื้นที่ได้มากขึ้น และในวันที่ 5 เมษายนนี้ ได้เตรียมเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ พร้อมเครื่องบินคิงแอร์ 1 ลำ สำหรับตรวจสภาพอากาศ ทำให้มีกำลังรวมเป็น 7 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและปฏิบัติการให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top