546.jpg
‘คิม ไทยแลนด์’ฟ้องบริษัทรถจยย.ยี่ห้อดัง ขอศาลบังคับส่งมอบคันใหม่หลังคันเก่าพัง

‘คิม ไทยแลนด์’ฟ้องบริษัทรถจยย.ยี่ห้อดัง ขอศาลบังคับส่งมอบคันใหม่หลังคันเก่าพัง

วันพุธ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.34 น.

‘คิม ไทยแลนด์’ฟ้องบริษัทรถจยย.ยี่ห้อดัง ขอศาลบังคับส่งมอบคันใหม่หลังคันเก่าพัง

26 มิ.ย.62 ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นายอุเทน เหลืองแสงทอง หรือ “ริช ปากน้ำ” หรือ “คิม ไทยแลนด์” อายุ 41 ปี พร้อมนายมเหสักข์ ซิววารี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ฮาร์เลย์-เดวิดสัน (ประเทศไทย) จำกัดเป็นจำเลยที่ 1 , บริษัท อีสเทิร์น ไทย ไรเดอร์ จำกัด เป็นจำเลยที่ 2 , บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 3 ฐานร่วมกันให้รับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้า ,  ผิดสัญญา และเรียกค่าเสียหาย


นายอุเทน เปิดเผยว่าเมื่อประมาณต้นปี 2561 ตนมีความประสงค์ที่จะซื้อรถจักรยานยนต์สำหรับออกทริปท่องเที่ยว ได้เห็นโฆษณาของจำเลยที่ 1 ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ( Harley-Davidson) ว่าได้นำรถรุ่นยอดนิยมอย่าง Road King Special, Street Glide Special และ Road Glide Special มาออกแบบใหม่ให้ดูเข้มข้น ดุดัน และมีความทันสมัยในตลาดรถมอเตอร์ไซด์ทัวร์ริ่ง ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงสมรรถนะในการขับขี่ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่เพื่อท่องเที่ยว โดยรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน รุ่น CVO เป็นรถมอเตอร์ไซด์แต่งพิเศษจากโรงงานของจำเลยที่ 1 ที่ได้ออกแบบใหม่แทบทั้งหมด และได้เพิ่มสมรรถนะให้พิเศษไปกว่าใครเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของความลงตัวด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะที่รับรองว่าผู้ขับขี่จะต้องพึงพอใจ มีความปลอดภัยในการขับขี่ และลูกค้ำสามารถเป็นเจ้าของรถแต่งในสไตล์ตัวเองแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งตรงจากโรงงานพร้อมการรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ทั้งนี้ ตนได้ติดต่อพนักงานขายของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ( Harley-Davidson) ของจำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลรับรองคุณภาพและเงื่อนไขตามที่จำเลยที่ 1 ได้โฆษณาไว้ อีกทั้ง ยังรับประกันว่ารถจักรยานยนต์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เป็นรถจักรยานยนต์ที่มีคุณภาพระดับโลก โดยรุ่น CVO เป็นรถที่ได้รับความสนใจมากที่สุดทั่วโลกในปี ค.ศ.2018 เนื่องจากเป็นรุ่นพิเศษจากโรงงาน มีความปลอดภัยและสมรรถนะในการขับขี่สูงเพราะมีการออกแบบใหม่แทบทั้งหมด ใช้เครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดที่จำเลยที่ 1 เคยมีมาให้ในรถที่ประกอบจากโรงงาน ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ทำให้รถมอเตอร์ไซด์ CVO นั้นโดดเด่นเป็นพิเศษไม่เหมือนใคร โดยรถจักรยานยนต์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ( Harley-Davidson) รุ่น CVO Road Glide มีราคาเริ่มต้น 2,886,000 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

นายอุเทน กล่าวต่อว่า ตนจึงตกลงจองซื้อรถจักรยานยนต์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ( Harley-Davidson) รุ่นดังกล่าว กับจำเลยที่ 2 และต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2561 โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 3 ในราคา 2,886,000 บาท โดยโจทก์ชำระเงินดาวน์จำนวน 865,800 บาท และมีข้อตกลงผ่อนชำระจำนวน 48 งวด งวดละ 42,088 บาท

ภายหลังจากที่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ได้ส่งมอบรถจักรยานยนต์ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson) ให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าตนเองไม่สามารถใช้งานรถจักรยานยนต์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ( Harley-Davidson) คันดังกล่าวได้ตามที่คาดหวังและตามปกติได้เลย กล่าวคือ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2561 ตนนำรถจักรยานยนต์คันที่ซื้อไปออกทริปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายก ขณะขับขี่ไปได้ระยะทางตามเลขไมล์ประมาณ 100 กิโลเมตร ด้วยความเร็วตามปกติ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้น้ำมันเครื่องออกมาจากเครื่องยนต์ รถมีอาการเร่งไม่ขึ้น และเครื่องยนต์ดับระหว่างขับขี่ โดยมีควันออกมาจากท่อ เป็นจำนวนมาก เมื่อจอดพักซักระยะเครื่องก็จะสตาร์ทติด ซึ่งในระหว่างที่เกิดปัญหานั้นตนได้โทร.ติดต่อช่างขอคำแนะนำแก้ปัญหาเบื้องต้นและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เมื่อกลับถึงบ้านจึงได้แจ้งให้ศูนย์บริการจำเลยที่ 2 มารับรถไปตรวจสอบซ่อมแซมแก้ไขให้เป็นปกติ

แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่อาจซ่อมแซมแก้ไขให้เป็นปกติได้

กล่าวคือ หลังจากที่จำเลยที่ 2 ได้นำรถไปซ่อมแซมแก้ไขและแจ้งให้ตนทราบว่าทุกอย่างปกติแล้ว ได้ส่งมอบให้ตนกลับไปใช้งานตามปกติ ซึ่งตนได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่ไปออกทริปท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ในระหว่างที่ขับขี่ด้วยความเร็วปกตินั้น ปรากฏว่ารถมีอาการเหมือนเดิมทุกอย่าง  เครื่องยนต์มีกลิ่นเหม็นไหม้ รถเร่งไม่ขึ้น และเครื่องยนต์ดับระหว่างขับขี่กลางถนน ทำให้ตนไม่สามารถควบคุมรถได้เสี่ยงที่จะถูกรถยนต์คันอื่นชนด้านหลัง ตนได้แจ้งให้ศูนย์บริการจำเลยที่ 2 ให้มารับกลับไปตรวจสอบและขอให้ซ่อมแซมแก้ไขให้เป็นปกติทุกครั้ง เพราะมีความกังวลกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงชีวิตในขณะขับขี่ แต่จำเลยที่ 2 ก็ไม่อาจแก้ไขให้เป็นปกติได้

ครั้งล่าสุดหลังจากที่จำเลยที่ 2 นำรถไปซ่อมแซมแก้ไขและส่งมอบรถคืนให้ตนแล้ว เมื่อประมาณวันที่ 27 ต.ค. 2561 ตนได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปขับขี่ออกทริปท่องเที่ยวอีกครั้งก็ปรากฏอาการเช่นเดิมอีกจนเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหนักไม่สามารถสตาร์ทติดได้เหมือนเดิมทุกครั้งและเกือบทำให้ตนเองได้รับอุบัติเหตุในระหว่างขับขี่ ตนจึงติดต่อขอให้จำเลยที่ 2 มารับรถกลับไปตรวจสอบ ซึ่งตนทราบจากช่างของจำเลยที่ 2 ว่าปัญหาเครื่องยนต์ดังกล่าวเกิดจากกระบวนการผลิตเครื่องยนต์ อยู่ระหว่างหาสาเหตุโดยใช้เวลากว่า 4 เดือนก็ยังไม่สามารถซ่อมแซมรถส่งมอบคืนตนได้

ทั้งนี้ ตนจึงขอให้จำเลยทั้งสามในฐานะผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้เช่าซื้อ เปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้ เนื่องจากเครื่องยนต์มีปัญหาชำรุดบกพร่องและไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ได้ และตนไม่อาจใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวต่อไปได้ เพราะหากจะต้องใช้รถจักรยานยนต์ดังกล่าวต่อไปตนมีความหวาดกลัวและวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินหากเกิดปัญหาขึ้นอีก แต่จำเลยทั้งสามปฏิเสธความรับผิดชอบ

นายอุเทน ระบุว่า ก่อนฟ้องคดีนี้ ตนได้นำปัญหาดังกล่าวไปร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยเรื่องราวร้องทุกข์ โดยได้เชิญคู่กรณีทั้งสามมาเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแต่ไม่อาจตกลงกันได้ ตนจึงได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ในฐานะคู่สัญญาเช่าซื้อส่งมอบรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้ตนภายในกำหนด 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อซึ่งจำเลยที่ 3 ได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วแต่ก็ยังเพิกเฉยมิดำเนินการส่งมอบรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้โจทก์แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าว เป็นการผิดสัญญาต่อตน รถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน คันพิพาทไม่มีสมรรถนะและความปลอดภัยในการขับขี่สูงตามที่ได้โฆษณารับรองแก่ตน

นอกจากนี้ตนไม่สามารถใช้งานได้ตามความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งหมายจะใช้เป็นปกติหรือที่มุ่งหมายโดยสัญญา ตลอดการใช้งานนับตั้งแต่ซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมา ตนนำไปใช้ประโยชน์ได้แค่เพียง 4 เดือน แต่มีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทุกครั้งไม่เคยไปถึงจุดหมายปลายทางเลยสักครั้ง ในการใช้ขับขี่ออกทริปท่องเที่ยว ต้องเรียกให้ศูนย์บริการมารับกลับไปแก้ไขตรวจเช็คทุกครั้ง ทำให้ตนได้รับความเสียหายจึงขอเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดดังนี้ 1.ให้จำเลยทั้งสามในฐานะผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้เช่าซื้อเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันใหม่เป็นรุ่นเดียวกันกับที่ระบุในสัญญาให้แก่โจทก์แทนคันเดิม

2.หากจำเลยทั้งสามไม่สามารถเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้แก่โจทก์แทนคันเดิมได้ โจทก์ขอใช้สิทธิเลิกสัญญาคืนรถและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายคืนเงินดาวน์ และค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ตนชำระไปแล้วตามสัญญาจำนวน 1,328,768 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคืนโจทก์

3.ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชอบต่อโจทก์เป็นค่าขาดประโยชน์ เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถใช้รถได้ นับตั้งแต่มีปัญหาเครื่องยนต์ชำรุดบกพร่องครั้งหลังสุดจนถึงวันฟ้องเป็น เวลา 243 วันในอัตราวันละ ๕๐๐ บาท รวมเป็นเงิน 121,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจํานวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จคืนโจทก์

“ผมไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับเอากับจำเลยทั้งสามได้ จึงมีความจำเป็นต้องฟ้องต่อศาลเป็นคดีนี้เพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง เรียกร้องความยุติธรรมในครั้งนี้” นายอุเทน กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top