เด็กพปชร.แฉบิ๊กกทม.2มาตรฐาน ปล่อย‘สตรีทฟู้ด’ผุดแค่ย่านนักท่องเที่ยวต่างชาติ
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 นายธันวา ไกรฤกษ์ สมาชิกและอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขียนบทความ “Street Food กับการจัดระเบียบที่ขาดวิสัยทัศน์” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้บริหาร กทม. มีทัศนคติแบบ 2 มาตรฐาน โดยจะรักษาการค้าขายอาหารแบบหาบเร่แผงลอย หรือสตรีทฟู้ดไว้เฉพาะพื้นที่ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ทั้งที่วิถีของสตรีทฟู้ดแรกเริ่มเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชีวิตใน กทม. เข้าถึงแหล่งอาหารราคาถูกได้อย่างสะดวกสบาย ดังนี้
“แผนการจัดวอล์คกิ้งสตรีท ที่ กทม.เตรียมจะนำไปเสนอนายกในอีกไม่กี่วันนี้ อาจเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้ค้ากว่า 3 แสนราย? การเดินหน้า กวาดล้าง หาบเร่แผงลอย ซึ่งยังเหลืออีกร้อยกว่าจุดให้หมดภายในสิ้นปีนี้ สวนทางกับนโยบายการจัดระเบียบของนายก ที่ต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้อยู่ร่วมกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลได้มีการประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนในการคืนพื้นที่ทำกินให้แก่ประชาชน เมื่อครั้งแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งมาจากการรับปากเอาไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง”
“หาก กทม.ยกเว้นให้ขายของริมทางเท้า หรือวอล์คกิ้งสตรีทในพื้นที่บางส่วนได้ เช่น สีลม เยาวราช และราชประสงค์ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ การยกเว้นดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักเกณฑ์อะไร ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่กีดขวางการสัญจรของผู้ใช้ทางเท้า แล้วเหตุใดจุดค้าเดิมอื่นๆ ที่สามารถจัดให้เป็นระเบียบได้เช่นกัน กลับไม่อนุญาตให้ขาย มีความแตกต่างกันตรงไหน บางทีผู้บริหารชุดนี้อาจมองว่า Street Food นั้น สมควรอยู่เฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว ทั้งที่จริงแล้วอาหารริมทางนั้น มีต้นกำเนิดมาเพื่อให้คนไทยมีของกินราคาถูก และใกล้บ้าน”
“ที่สำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้ประกอบอาชีพค้าขาย ทว่าเหตุผลดังกล่าวไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้อีกในปัจจุบัน เพราะจะถูกตราหน้าว่าเอาความจนมาอ้าง รายได้จากการท่องเที่ยว กำลังโดนทำลายอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากชาวต่างชาติที่มาเยือนกทม.ปีละกว่า 20 ล้านคน ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่สีลม เยาวราช หรือราชประสงค์เท่านั้น เมื่อมีแต่ทางเท้าที่ว่างเปล่า โอกาสในการจับจ่ายใช้สอยก็หมดลงโดยปริยาย หากนับรวมการบริโภคจากทั้งชาวต่างชาติและคนไทยด้วยแล้ว เงินจะหายไปปีละกว่า 3 แสนล้านบาท”
“ดังนั้น สิ่งที่ควรพิจารณาคือ กทม.จำเป็นต้องกวาดล้างแบบสุดโต่งอย่างนี้ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่างๆ หรือสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากทำให้เป็นระเบียบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งกทม.ต้องเปิดใจยอมรับว่า ที่ผ่านมาความไร้ระเบียบในหลายๆจุด ไม่ได้เกิดจากกลุ่มผู้ค้าเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย เพราะได้รับผลประโยชน์ สุดท้ายนี้ อยากฝากคำถามถึงผู้บริหารกทม. หากมีความจริงใจในการจัดระเบียบจริง เหตุใดจึงห้ามคนไทย แต่กลับปล่อยให้ต่างด้าวจำนวนมาก ค้าขายอย่างเอิกเกริกในหลายพื้นที่”
“และรัฐบาลจะหาทางออกอย่างไร สำหรับกลุ่มผู้ค้าที่ยากจนซึ่งต้องไร้อาชีพ ตามที่เคยบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเงินที่เคยหมุนเวียนอยู่ข้างถนน จะหันไปเข้าร้านสะดวกซื้อแทบทั้งหมด เมื่อเศรษฐกิจภายในฝืดเคือง การค้าการลงทุนกับต่างประเทศก็ถดถอย นโยบายใดจะสามารถชดเชยเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยจับจ่ายใช้สอย ซึ่งหายไปมหาศาล”
“ปล.ภาพดังกล่าวนี้เป็นจุดหาบเร่แผงลอยบริเวณถนนสุขุมวิท ที่ผู้ค้าจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และเหลือทางเดินเท้ากว่า 3.50 เมตร ในขณะที่ขยะของกทม.ล้ำหน้าออกมาจนเต็มฟุตบาท..ผมอยากดีเบตกับผู้บริหารกทม. รายการใดสนใจติดต่อมาได้เสมอนะครับ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี