นักวิชาการชี้อนาคต 4 แบบ ‘2ล้อเมืองกรุงยุค4.0’ อุบัติเหตุลดหรือไม่อยู่ที่นโยบายรัฐ
2 ธันวาคม 2562 ที่งานบรรยายโครงการวิจัย “คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย” ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.เปี่ยมสุข สนิท อาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในประเด็น “การเดินทางในเมือง” โดยระบุว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างคือระบบขนส่งทางเลือกที่สำคัญต่อชาวกรุงเทพฯ อย่างมาก เห็นได้จากผลการศึกษาที่พบสัดส่วนการใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างถึงร้อยละ 49 เป็นรองเพียงรถเมล์ ร้อยละ 63 ส่วนรถไฟฟ้ามีการใช้บริการอยู่ที่ร้อยละ 37
ทั้งนี้ การเกิดขึ้นของมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาจากการที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ตรอกซอกซอยจำนวนมาก และในจำนวนนี้ร้อยละ 45 เป็นซอยตัน ระบบขนส่งหลักอย่างรถเมล์ไม่สามารถวนเข้า-ออกได้ นอกจากนี้หากดูตามสถิติ พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์มาช้านาน เห็นได้จากยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ใหม่ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 1 แสนคัน หรือหากดูจำนวนรถทุกชนิดที่จดทะเบียนสะสมในกรุงเทพฯ รวม 10 ล้านคัน ในจำนวนนี้เกือบ 4 ล้านคันเป็นมอเตอร์ไซค์ และในจำนวนนี้ 1 แสนคัน คือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปัจจุบันมีประมาณ 5,500 วิน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยใหม่ที่ส่งเสริมให้มอเตอร์ไซค์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คือการขยายตัวของธุรกิจรับ-ส่งสินค้าต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ ถึงขนาดที่บางเจ้าเปิดตัวได้เพียงปีเศษๆ แต่ขยายตัวถึงร้อยละ 110 เมื่อประกอบกับปัจจัยเดิมอย่างการที่ผู้มีรายได้น้อยนิยมใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง จึงมีความเป็นไปได้ที่สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยโดยเฉพาะจากมอเตอร์ไซค์จะยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นเดิม
น.ส.เปี่ยมสุข กล่าวต่อไปว่า อนาคตของชาวมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ อาจแบ่งได้ 4 เส้นทาง คือ
1.รัฐบูรณาการระบบขนส่งทุกชนิดเข้าด้วยกันรวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย และเกิดแอพพลิเคชั่นที่บริหารจัดการระบบขนส่งอย่างครบวงจร จะมีการแบ่งพื้นที่วิ่งเพื่อให้สอดคล้องกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ และที่ตั้งของวินอาจกลายเป็นสถานีชาร์จไฟฟ้าตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะถูกลง ผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ต้องขี่ไกลๆ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ
2.รัฐไม่บูรณาการระบบขนส่งทุกชนิดเข้าด้วยกัน แต่ส่งเสริมแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์ของเอกชน การเรียกมอเตอร์ไซค์รับ-ส่งกลายเป็นคู่แข่งของระบบขนส่งกระแสหลัก จุดต่างๆ ในเมืองจะกลายเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์ขณะรอลูกค้า ผู้ขี่มอเตอร์ไซค์สามารถนำรถไปหารายได้จากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นได้หลายเจ้า แต่ผู้โดยสารก็ยังลำบากกับค่าโดยสารราคาแพงตามเดิม
3.รัฐบูรณาการระบบขนส่งทุกชนิดเข้าด้วยกัน แต่แบ่งพื้นที่ไม่ให้ทับซ้อนกันระหว่างวินมอเตอร์ไซค์แบบเดิมกับผู้ไปรับงานแอพพลิเคชั่นของเอกชน กล่าวคือ วินมอเตอร์ไซค์แบบเดิมจะรับ-ส่งในระยะใกล้ ขณะที่แอพพลิเคชั่นของเอกชนจะให้บริการรับ-ส่งในระยะกลาง หากเลือกทางนี้รัฐต้องจัดให้มีช่องจราจรของมอเตอร์ไซค์เป็นการเฉพาะเพื่อความปลอดภัยเพราะมีแนวโน้มจะใช้ความเร็วสูงขึ้น
4.รัฐไม่บูรณาการระบบขนส่งทุกชนิดเข้าด้วยกัน และไม่ควบคุมให้ผู้ให้บริการเอกชนในการแข่งขัน ผลคือระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทจะแข่งขันกันเอง คนใช้มอเตอร์ไซค์จะใช้ทั้งเพื่อการเดินทางและการหารายได้พิเศษ สถานีรถไฟฟ้าจะกลายเป็นแหล่งรวมตัวของทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและผู้รับงานแอพพลิเคชั่นเอกชน คนระดับฐานรากก็ยังคงไม่สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้ต่อไป และสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนจะยังคงสูงต่อไปเพราะคนจนยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์ในระยะทางไกล
“ในอนาคตถ้าบูรณาการแล้วใครจะควบคุม (Platform) เราจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกหน่วยงานหรือทุกบริษัทที่ให้บริการขนส่งได้อย่างไรบ้าง ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถนะหรือยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จไฟ จุดจอดรอลูกค้า ระบบข้อมูลหรือระเบียบควบคุมการขับขี่ สุดท้ายคือคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่ต้องดีขึ้น เขาต้องไม่ขับในระยะไกล และเรื่องความมั่นคงทางรายได้หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การประกันสังคมต่างๆ” น.ส.เปี่ยมสุข กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี