วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
วันที่ 31 มกราคม 2563 ในงานสัมมนา “เวทีสานพลังสูงวัยสร้างเมือง” ที่ รร.ดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.พจนา พิชิตปัจจา รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงฐานข้อมูลของท้องถิ่นหรือชุมชน ซึ่งโดยปกติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มักได้รับมอบหมายให้เก็บข้อมูลด้านต่างๆ ในพื้นที่อยู่แล้ว
แต่ปัญหาที่พบคือท้องถิ่นไม่ใช่เจ้าของข้อมูลเหล่านั้นและเมื่อท้องถิ่นจะขอนำข้อมูลมาใช้ก็ยากมาก ดังนั้นจึงเสนแนะว่าท้องถิ่นจึงควรได้เป็นเจ้าของข้อมูล และควรมีระบบฐานข้อมูลรวมชุดเดียว (Single Database) ครบทุกมิติ อย่างไรก็ตาม เรื่องฐานข้อมูลเดียวนั้นไม่อาจให้ท้องถิ่นทำเองโดยลำพังได้ แต่ต้องเป็นความร่วมมือกันของ 3 กระทรวง คือ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมกับ อปท. ออกแบบวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล นอกจากนี้มหาวิทยาลัยก็เป็นอีกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ได้
2.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรช่วยพัฒนาระบบการหยิบใช้ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต หรือคลาวด์ (Cloud) เนื่องจากเมื่อ อปท. ต้องประกวดหรือนำเสนอผลงานโดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาล อปท. ต้องใช้ข้อมูลประกอบที่เป็นตัวเลขจำนวนมาก และ 3.กระทรวงมหาดไทย โดยผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำหนดให้การจัดทำฐานข้อมูลเป็นหน้าที่ของ อปท. เพราะเมื่อเป็นหน้าที่และมีการประเมินผล อปท. ก็จะลงมือทำ
ผศ.ดร.พจนา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สืบเนื่องจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือจักรกลอัจฉริยะมาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น สำหรับในประเทศไทย มีการพยากรณ์ว่าช่วงปี 2559-2573 ตำแหน่งงานร้อยละ 40 จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว ทำให้ผู้คนในสังคมสมัยใหม่จะมีชีวิตคือเกิด เรียนรู้ ทำงาน แล้วก็ต้องกลับไปเรียนรู้เพื่อปรับให้เข้ากับตำแหน่งงานใหม่ๆ พื้นที่ที่เรียกว่านิเวศการเรียนรู้จึงมีความจำเป็น
ซึ่งนิเวศการเรียนรู้หมายถึงการปรับสภาพแวดล้อมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สภาพแวดล้อมทางสังคม ชุมชน ครอบครัว เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ทั้งนี้ อปท. ต้องได้รับการสนับสนุนจาก 3 หน่วยงานคือ 1.กระทรวงมหาดไทย ควรกำหนดให้การจัดทำพื้นที่แห่งการเรียนรู้เป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินผล อปท. โดยพื้นที่แห่งการเรียนรู้จะเป็นพื้นที่ของคนทุกวัย เช่น ผู้สูงอายุเรียนรู้จากลูกหลานเรื่องเทคโนโลยี ลูกหลานเรียนรู้จากผู้สูงอายุเรื่องภูมิปัญญา เพื่อนเรียนรู้จากเพื่อนเรื่องส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น
2.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าไปช่วย อปท. พัฒนาหลักสูตร รวมถึงมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นก็สามารถเข้าไปช่วยพัฒนานวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาให้ชุมชนได้ 3.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอกชนด้านโทรคมนาคมจัดพื้นที่เรียนรู้บนโลกออนไลน์ร่วมกับท้องถิ่น
“ถ้าสมัยก่อนยังไม่มีสื่อสังคมออนไลน์ เราจะเรียกว่าสื่อวิทยุ อาจจะมองไม่เห็นแต่ฟังได้เรียนรู้ได้ ดังนั้นวิทยุออนไลน์หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันคือพ็อดแคสต์ (Podcast) ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้าน รวมถึงยังช่วยผู้ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้านด้วย ให้ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จุดใดของชุมชน ท่านสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้” ผศ.ดร.พจนา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี