'สพฐ.'ประชุมบิ๊กเขตพื้นที่ฯ-โรงเรียนเตรียมพร้อมจัดการศึกษาออนไลน์

'สพฐ.'ประชุมบิ๊กเขตพื้นที่ฯ-โรงเรียนเตรียมพร้อมจัดการศึกษาออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563, 17.44 น.

10 เม.ย.63 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั้ง 225 เขตประเทศ เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจถึงนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่อง การเลื่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้รับทราบถึงวิธีการทำงานร่วมกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากอยู่ในพื้นที่จึงทราบปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ และให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ กับโรงเรียนพิจารณาการทำงานร่วมกันถึงการจัดการเรียนการสอน และการสอนชดเชยช่วงวันหยุด หรือเพิ่มชั่วโมงเรียนในแต่ละวันแทนการปิดเทอม และขอให้โรงเรียนเปิดภาคเรียนในวันเดียวกัน โดยภาคเรียนที่ 1 ให้เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค.  และภาคเรียนที่ 2 เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ธ.ค. 2563  ส่วนปีการศึกษา 2564 ให้เปิดเทอมพร้อมกันในวันที่ 16 พ.ค 2564 ทั้งนี้ เพื่อให้การเคลื่อนตัวการทำงานอย่างต่อเนื่อง              

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ได้แจ้งให้เขตพื้นที่การศึกษา จัดทำข้อมูลเชิงนโยบาย แผนการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยี โดยให้เขตพื้นที่ฯและโรงเรียนสำรวจความพร้อมของผู้ปกครองนักเรียน สร้างความเข้าใจกับชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน สนับสนุนช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่มีความพร้อม ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประชุมชี้แจงวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ กำกับติดตาม นิเทศการเรียนการสอนบนภาวะวิกฤตโควิด-19 และรายงานผลการดำเนินงานให้ สพฐ.สัปดาห์ละ 2 ครั้ง


ส่วนจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม(DLTV) รูปแบบที่ 1 ของระดับอนุบาล 1-ม.3 รูป, แบบที่ 2 ระดับ ม.4-ม.6 ด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านอแนไลน์ ทีวี 13 ช่อง ผ่าน VTR จากครูต้นแบบ และ ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากครูประจำวิชา และให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการดูตารางสอนออกอากาศล่วงหน้า 1 วัน เข้าระบบเช็คชื่อออนไลน์ที่ครูออบแบบไว้ เป็นต้น เตรียมความพร้อมผู้ปกครอง เช่น เตรียมอุปกรณ์และสถานที่การเรียนที่บ้าน  ศึกษาทำความเข้าใจตารางสอนและแผนการเรียน ติดต่อสื่อสารกับครู ฯลฯ ส่วนการเตรียมความพร้อมของครูผู้สอน เช่น ดาว์โหลดและศึกษาตารางสอนออกอากาศ จัดเตรียมเอกสาร แบบฝึกหัด มอบใบงาน แบบฝึกหัดแก่นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนผ่านช่องทางโทรศัพท์ ไลน์ เฟสบุ๊ก เยี่ยมพบปะนักเรียน เป็นต้น 

“และผมได้เน้นย้ำถึงการรับสมัครนักเรียนในระดับชั้น ม.1,ม.4 โดยทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 3-12 พ.ค.นี้ เพื่อให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการอย่างเหมาะสม โดย สพฐ.จะมีแพลทฟอร์มการทำงานให้เขตพื้นที่ฯ ว่านักเรียนและผู้ปกครองจะต้องทำอะไรบ้าง” 

นายอำนาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้หารือถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กทั้งระดับประถมฯ ระดับมัธยมฯ และโรงเรียนขยายโอกาส โดยให้ผอ.เขตพื้นที่ฯบริหารแบบเชื่อมโยงกัน ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ ให้นำงบประมาณมาบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก ระดับประถมศึกษา ที่ไม่ใช่ Stand Alone ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

โดยให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ไปบริหารจัดการทำความเข้าใจและสามารถควบรวมโรงเรียนได้ และจัดสรรตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนขนาดเล็กลงไปให้ ส่วนกลุ่มโรงเรียนมัธยมฯขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนอยู่ไม่ถึง 40 คน ชั้นละไม่ถึง 10 คน เด็กนักเรียนก็เรียนรู้ได้ไม่รอบด้าน ไม่มีความตื่นตัว ซึ่งมีอยู่ 4 โรงเรียน จึงให้ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ไปบริหารจัดการ ส่วนกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนอยู่น้อยมาก เช่น มีนักเรียนอยู่ 1-10 คน ซึ่งมีอยู่ 1 โรงเรียน, ที่มีเด็กอยู่ 11-20 คนมีอยู่ 3 โรงเรียน, และมีเด็กอยู่ 21-40 คน มี 12 โรงเรียน ก็ให้ผอ.เขตพื้นที่ฯไปบริหารจัดการ โดย สพฐ.จะดูแลเด็กที่ไปควบรวมโรงเรียนอื่นและจะจัดสรรค่าพาหนะให้ 

เลขธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำหรับแผนการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษา ในช่วงนี้ให้จัดทำแผนงานและทำการสำรวจตำแหน่งว่าง เข่น ตำแหน่ง ผอ.- รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ครูผู้ช่วย และครูวิชาเอกสาขาที่ต้องการ โดยให้เตรียมดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกใหม่ที่ ก.ค.ศ.เห็นชอบเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา และหลังจากที่วิกฤตโควิด-19 คลี่คลายแล้วก็ให้ดำเนินการรับสมัครและจัดสอบกลุ่มต่างๆนี้ได้เลย

นายอำนาจ กล่าวอีกว่า ตามที่ สพฐ.ได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เห็นชอบแล้ว และให้ สพฐ.ดำเนินการนำร่องกับโรงเรียนที่มีความประสงฆ์จะทดลองนำร่องในปีการศึกษา 2563 จึงได้มอบให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ คัดเลือกโรงเรียนภายในเขตพื้นที่ฯที่ประสงค์จะเข้าร่วมทดลองนำร่อง เพื่อทดลองหลักสูตร โดยจะมีการตรวจสอบติดตามเพื่อประเมินผลที่เป็นไปได้และปัญหาต่างๆ

“ขณะนี้เป็นช่วงที่ สพฐ.พัฒนาการศึกษาทั้งระบบ และที่เราได้เรียนรู้ก็คือการประชุมทางไกลโดยการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารซึ่งกันลและกันในวันนี้ทุกคนมีความชำนาญมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งวิกฤตนี้กลับเป็นโอกาสดี การศึกษาก็ต้องคิดถึงการนำสื่อเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้การพัฒนาคนมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top