วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
10 เม.ย.63 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั้ง 225 เขตประเทศ เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจถึงนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่อง การเลื่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้รับทราบถึงวิธีการทำงานร่วมกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากอยู่ในพื้นที่จึงทราบปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ และให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ กับโรงเรียนพิจารณาการทำงานร่วมกันถึงการจัดการเรียนการสอน และการสอนชดเชยช่วงวันหยุด หรือเพิ่มชั่วโมงเรียนในแต่ละวันแทนการปิดเทอม และขอให้โรงเรียนเปิดภาคเรียนในวันเดียวกัน โดยภาคเรียนที่ 1 ให้เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค. และภาคเรียนที่ 2 เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ธ.ค. 2563 ส่วนปีการศึกษา 2564 ให้เปิดเทอมพร้อมกันในวันที่ 16 พ.ค 2564 ทั้งนี้ เพื่อให้การเคลื่อนตัวการทำงานอย่างต่อเนื่อง
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ได้แจ้งให้เขตพื้นที่การศึกษา จัดทำข้อมูลเชิงนโยบาย แผนการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยี โดยให้เขตพื้นที่ฯและโรงเรียนสำรวจความพร้อมของผู้ปกครองนักเรียน สร้างความเข้าใจกับชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน สนับสนุนช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่มีความพร้อม ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประชุมชี้แจงวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ กำกับติดตาม นิเทศการเรียนการสอนบนภาวะวิกฤตโควิด-19 และรายงานผลการดำเนินงานให้ สพฐ.สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ส่วนจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม(DLTV) รูปแบบที่ 1 ของระดับอนุบาล 1-ม.3 รูป, แบบที่ 2 ระดับ ม.4-ม.6 ด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านอแนไลน์ ทีวี 13 ช่อง ผ่าน VTR จากครูต้นแบบ และ ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากครูประจำวิชา และให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการดูตารางสอนออกอากาศล่วงหน้า 1 วัน เข้าระบบเช็คชื่อออนไลน์ที่ครูออบแบบไว้ เป็นต้น เตรียมความพร้อมผู้ปกครอง เช่น เตรียมอุปกรณ์และสถานที่การเรียนที่บ้าน ศึกษาทำความเข้าใจตารางสอนและแผนการเรียน ติดต่อสื่อสารกับครู ฯลฯ ส่วนการเตรียมความพร้อมของครูผู้สอน เช่น ดาว์โหลดและศึกษาตารางสอนออกอากาศ จัดเตรียมเอกสาร แบบฝึกหัด มอบใบงาน แบบฝึกหัดแก่นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนผ่านช่องทางโทรศัพท์ ไลน์ เฟสบุ๊ก เยี่ยมพบปะนักเรียน เป็นต้น
“และผมได้เน้นย้ำถึงการรับสมัครนักเรียนในระดับชั้น ม.1,ม.4 โดยทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 3-12 พ.ค.นี้ เพื่อให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการอย่างเหมาะสม โดย สพฐ.จะมีแพลทฟอร์มการทำงานให้เขตพื้นที่ฯ ว่านักเรียนและผู้ปกครองจะต้องทำอะไรบ้าง”
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้หารือถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กทั้งระดับประถมฯ ระดับมัธยมฯ และโรงเรียนขยายโอกาส โดยให้ผอ.เขตพื้นที่ฯบริหารแบบเชื่อมโยงกัน ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ ให้นำงบประมาณมาบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก ระดับประถมศึกษา ที่ไม่ใช่ Stand Alone ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน
โดยให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ไปบริหารจัดการทำความเข้าใจและสามารถควบรวมโรงเรียนได้ และจัดสรรตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนขนาดเล็กลงไปให้ ส่วนกลุ่มโรงเรียนมัธยมฯขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนอยู่ไม่ถึง 40 คน ชั้นละไม่ถึง 10 คน เด็กนักเรียนก็เรียนรู้ได้ไม่รอบด้าน ไม่มีความตื่นตัว ซึ่งมีอยู่ 4 โรงเรียน จึงให้ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ไปบริหารจัดการ ส่วนกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนอยู่น้อยมาก เช่น มีนักเรียนอยู่ 1-10 คน ซึ่งมีอยู่ 1 โรงเรียน, ที่มีเด็กอยู่ 11-20 คนมีอยู่ 3 โรงเรียน, และมีเด็กอยู่ 21-40 คน มี 12 โรงเรียน ก็ให้ผอ.เขตพื้นที่ฯไปบริหารจัดการ โดย สพฐ.จะดูแลเด็กที่ไปควบรวมโรงเรียนอื่นและจะจัดสรรค่าพาหนะให้
เลขธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำหรับแผนการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษา ในช่วงนี้ให้จัดทำแผนงานและทำการสำรวจตำแหน่งว่าง เข่น ตำแหน่ง ผอ.- รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ครูผู้ช่วย และครูวิชาเอกสาขาที่ต้องการ โดยให้เตรียมดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกใหม่ที่ ก.ค.ศ.เห็นชอบเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา และหลังจากที่วิกฤตโควิด-19 คลี่คลายแล้วก็ให้ดำเนินการรับสมัครและจัดสอบกลุ่มต่างๆนี้ได้เลย
นายอำนาจ กล่าวอีกว่า ตามที่ สพฐ.ได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เห็นชอบแล้ว และให้ สพฐ.ดำเนินการนำร่องกับโรงเรียนที่มีความประสงฆ์จะทดลองนำร่องในปีการศึกษา 2563 จึงได้มอบให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ คัดเลือกโรงเรียนภายในเขตพื้นที่ฯที่ประสงค์จะเข้าร่วมทดลองนำร่อง เพื่อทดลองหลักสูตร โดยจะมีการตรวจสอบติดตามเพื่อประเมินผลที่เป็นไปได้และปัญหาต่างๆ
“ขณะนี้เป็นช่วงที่ สพฐ.พัฒนาการศึกษาทั้งระบบ และที่เราได้เรียนรู้ก็คือการประชุมทางไกลโดยการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารซึ่งกันลและกันในวันนี้ทุกคนมีความชำนาญมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งวิกฤตนี้กลับเป็นโอกาสดี การศึกษาก็ต้องคิดถึงการนำสื่อเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้การพัฒนาคนมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี