วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ช่วงนี้ผลไม้หลายชนิดกำลังทยอยออกสู่ตลาด ทั้งมะม่วง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกองลิ้นจี่ ลําไย และผลไม้อื่นๆ แต่ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรในขณะนี้คือเรื่องของการกระจายสินค้า เนื่องจากปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะที่ผลไม้เป็นสินค้าที่รอหรือชะลอการเก็บเกี่ยวไม่ได้ ถึงเวลาก็ต้องเก็บขาย จึงทำให้เกษตรกรเดือดร้อนกันพอสมควร แต่อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกันอย่างเต็มกำลังหลากหลายช่องทาง ทั้งในส่วนเครือข่ายของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เอง รวมถึงการผลักดันจำหน่ายในระบบออนไลน์ และล่าสุดก็ได้ลงนามทำ MOU กับกระทรวงพาณิชย์และอีกหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย สมาคมขนส่ง สินค้าและโลจิสติกส์ไทย สมาคมการค้าธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย สมาคมผู้ประกอบการผักผลไม้ไทย และบริษัท ไทยฟินเทค จำกัด เพื่อช่วยกันบริหารจัดการผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากโรค COVID-19 ให้สามารถกระจายออกนอกแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภคทั้งภายในและนอกประเทศหรือตลาดปลายทางให้โดยเร็วที่สุด โดยอาศัยกลไกการทำงานของระบบโลจิสติกส์ การขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางเรือ รวมถึงการซื้อขายผ่านทางออนไลน์เข้ามาสนับสนุน เป็นการบูรณาการร่วมกันเพื่อลดผลกระทบที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ
ซึ่ง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร หนึ่งในผู้ร่วมลงนามครั้งนี้ บอกว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงนี้ จะช่วยลดภาระให้กับเกษตรกรที่กำลังมีสินค้าเกษตรจะออกสู่ตลาดแต่ได้รับผลกระทบจากการขนส่ง เพราะทุกหน่วยงานที่ร่วม MOU จะร่วมบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางเรือ ให้สามารถดำเนินการกระจายผลผลิตไปได้ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงการขนส่งสินค้าออกนอกประเทศได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ร่วมกันบูรณาการเชื่อมต่อระบบการจัดส่ง (Delivery) ที่มีอยู่ในประเทศ และใช้แพลตฟอร์มหน่วยงาน
ภาคเอกชนที่มีอยู่ มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ทางด้านระบบการขนส่งเพื่อระบายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และสร้างโอกาสที่จะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น โดยภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจะคำนวณอัตราค่าระวาง (Freight Charge) หรือค่าใช้จ่ายอื่น ด้วยความเป็นธรรม ตลอดจนให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง
สำหรับในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ท่านอธิบดีเข้มแข็ง ยังได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการจัดทำโครงการสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยสู้ภัย COVID-19 ผุด Campaign “ซื้อสินค้าเกษตรไทย เกษตรกรอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่รอด” แก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่มีต่อสินค้าเกษตรไทยทั้งไม้ผล พืชผัก ไม้ดอก และอื่นๆ ที่ส่งออกไม่ได้ช่วงนี้ พร้อมเชิญชวนหน่วยงาน บริษัท ห้าง/ร้านต่างๆ และประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรง หรือส่งมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวที่อยู่ห่างไกลแทนความรักห่วงใยอีกด้วย ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร ตัวเลข ณ วันที่ 9 เมษายน 2563 พบว่า สามารถช่วยเหลือเกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ไปได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว คิดเป็นมูลค่า 78,182,295 บาท... สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้านอื่นๆ ขณะนี้ทางรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ก็กำลังดำเนินการกำหนดแนวทางในการช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้เกษตรกรอดใจรออีกนิด ว่าจะมีแนวทางอย่างไรบ้าง เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ
ขุนเกษตรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี