วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามแนวทาง Social Distancing ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดโรคโควิด-19 และควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด วิกฤติโควิด-19 จึงเป็นบททดสอบของทุกอาชีพในเวลานี้ วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยองก็เช่นกันวิกฤติดังกล่าวส่งผลให้การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง กิจกรรมต่างๆของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักก็น้อยลง รายได้ของวิสาหกิจชุมชนจึงลดลงตามไปด้วย
สมาคมเพื่อนชุมชน ยังคงเป็นตัวกลางประสานความช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนใน จ.ระยอง ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล ให้พึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง แม้รายได้ลดลง แต่ปรับตัวได้ เพราะในวิกฤติยังมีโอกาสเสมอ
นายวริทธิ์ นามวงษ์ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า สมาคมเพื่อนชุมชนเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในการพัฒนาสร้างอาชีพให้มั่นคง แต่วิสาหกิจชุมชนต้องพัฒนาและต่อยอดความรู้ความสามารถที่ได้รับไปปรับใช้กับกิจการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ หรือการหาตลาดและช่องทางการขายใหม่ๆของวิสาหกิจชุมชน อาทิเช่น วิสาหกิจชุมชนแตนบาติก เสื้อผ้าจากผ้ามัดย้อม, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าชุมชนมาบชลูด จาก กระเป๋าผ้า, วิสาหกิจชุมชนคลองน้ำหูผ้าหมักน้ำนมข้าว จากเสื้อผ้าหมักน้ำนมข้าว ปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ในภาวะวิกฤติ ได้ร่วมกลุ่มกันทำ “หน้ากากผ้า”
นายวริทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าโครงการ “เพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล” รุ่นปัจจุบันจะถูกชะลอดำเนินงานชั่วคราว แต่สมาคมเพื่อนชุมชนยังคงช่วยเหลือชุมชนโดยการหาช่องทางกระจายสินค้าให้วิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เดินหน้า
ต่อไปได้ โดยเฉพาะช่องทางตลาดออนไลน์ เพราะมองเห็นว่าเมื่อความต้องการบริโภค และความต้องการหารายได้ยังมีอยู่ในวิกฤติที่คนไม่ยอมออกจากบ้าน ช่องทางออนไลน์จึงเป็นอีกทางเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ต้องการ ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมเพื่อนชุมชนส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนทุกราย ที่เข้าร่วมพัฒนากับโครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล มีช่องทางการตลาดออนไลน์ จึงยังซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพดีจากฝีมือวิสาหกิจชุมชนของ จ.ระยอง ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นเดิม
นายมนตรี นามสง่า รองประธานวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำหูผ้าหมักน้ำนมข้าว หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล กล่าวว่า แต่เดิมจำหน่ายผ้าหมักน้ำนมข้าว แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เสื้อ กางเกง กระโปรง ผ้าพันคอ จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 62 ทำให้ขาดรายได้อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปรับตัว ได้มองเห็นโอกาสว่าหน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการสูงมากและขาดตลาด จึงหันมาผลิตหน้ากากผ้าจำหน่าย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แรกเริ่มนั้นได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมเพื่อนชุมชนและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม สั่งหน้ากากผ้าจำนวนมากเพราะมั่นใจคุณภาพของสินค้า ทำให้เกิดการบอกต่อและมียอดสั่งซื้อจำนวนมาก ปัจจุบันมียอดการผลิตและจำหน่ายประมาณ 3,000-4,000 ชิ้นต่อเดือน แม้ว่ารายได้ต่อเดือนเทียบไม่ได้กับก่อนเกิดวิกฤติที่สร้างรายได้เกือบ 1 แสนบาทแต่ตอนนี้มีรายได้ไม่ถึง 1 หมื่นบาท แต่อย่างน้อยก็ช่วยกระจายรายได้ให้คนในชุมชนมีงานทำ โดยคำสั่งซื้อส่วนใหญ่ มาจากช่องทางออนไลน์ และโทรศัพท์เข้ามาสั่งซื้อ
สำหรับผลิตภัณฑ์หน้ากากผ้าหมักน้ำนมข้าวมี 2 แบบ ทั้งแบบผ้ามัสลิน 2 ชั้น ราคาชิ้นละ 16 บาท และแบบ 3D 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 และ 4 ประกบหน้า-หลัง เป็นผ้าฝ้ายที่ผ่านการต้มน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วนำไปหมักน้ำนมข้าวเพื่อให้ผ้านุ่ม ฟู ชั้นที่ 2 เป็นผ้ามัสลินเกรดกันน้ำ และชั้นที่ 3 แผ่นกรองอาการที่ผ่านการอบความร้อน ราคาชิ้นละ 45 บาท เรายังคงเน้นคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเราเช่นเดิมในราคาที่ไม่แพง สมกับสโลแกน “ผลิตภัณฑ์เพื่อคนที่คุณรักสวมใส่สบายกาย หอมสดชื่นสบายใจ” นายมนตรี กล่าว ผู้สนใจผลิตภัณฑ์หน้ากากผ้าฝ้ายหมักน้ำนมข้าว สั่งซื้อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิสาหกิจชุมชนคลองน้ำหูผ้าหมักน้ำนมข้าว ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โทรศัพท์ 08-1572-8560 หรือ เฟซบุ๊ค วสช.คลองน้ำหูผ้าหมักน้ำนมข้าว หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมเพื่อนชุมชน และโครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล ได้ที่ โทรศัพท์ 0-3868-5666 หรือ เฟซบุ๊คเพื่อนชุมชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี