วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
การยางแห่งประเทศไทยออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิท-19 ปรับระเบียบเงินกองทุนพัฒนายางฯ ขยายเวลาชำระหนี้เกษตรกรจาก 60 วัน เป็น 7 เดือน ปลอดต้น ปลอดดอก เผยแผนหลังสถานการณ์คลี่คลาย สนับสนุนการปลูกทดแทน
นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายในตลาดยาง เนื่องจากการปิดตลาด การขนส่งบริเวณชายแดน ขนส่งทางเรือ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกยาง ไม่เกิดการซื้อขายยางทำให้เกษตรกรไม่สามารถชำระหนี้ให้เงินกองทุนพัฒนายางพาราตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยพ.ศ.2558 ได้
“จากความเดือดร้อนดังกล่าว กยท.จึงมีมาตรการเร่งด่วนแก้ระเบียบเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางทั้งรายบุคคล รายกลุ่ม รวมถึงสถาบันเกษตรกร ที่ได้กู้เงินจากกองทุนตามมาตรา 49(3) และ มาตรา 49(5) ประมาณ 30,000 ราย โดยขยายเวลาชำระหนี้ออกไปจากเดิมให้เวลาชำระหนี้ล่าช้าได้ 60 วัน แก้ไขเป็นขยายเวลาออกไปเป็น 7 เดือน กล่าวคือเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรที่ต้องชำระหนี้วันที่ 31 มีนาคม 2563 ชำระหนี้ได้จนถึงวันที่30 กันยายน 2563 โดยระหว่างเวลานี้จะไม่คิดเงินต้นและดอกเบี้ย ทั้งนี้ ชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรสามารถแจ้งความจำนงขอรับสิทธิ์ได้ที่ กยท.พื้นที่ใกล้บ้าน” รักษาการผู้ว่าการ กยท. กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระยะนี้เกษตรกรควรงดเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เน้นปฏิบัติตามและร่วมมือกับประกาศทางราชการ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะฟื้นตัวจากภาวะแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้โดยเร็ว
รักษาการผู้ว่าการ กยท. กล่าวต่อว่า กยท.ยังมีมาตรการรองรับเพิ่มเติมจากทำประกันชีวิตที่ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทุเลาลง โดยจะหาตลาดซื้อขายยางเพิ่มเติม เร่งสนับสนุนแปรรูปน้ำยางข้นเป็นผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการให้ความรู้มากขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้เกษตรกรชาวสวนยางดำรงชีวิตได้แม้เผชิญสถานการณ์วิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการปลูกยางทดแทน ที่ กยท.มีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกยางทดแทน 3 แบบ ได้แก่ ปลูกทดแทนต้นยางที่อายุมากกว่า 25 ปีด้วยยางพันธุ์ดีแทน ปลูกทดแทนด้วยพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก สะเดา และปลูกทดแทนแบบเกษตรผสมผสาน ที่จะช่วยเกษตรกรให้ยืนอยู่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการขายยางเพียงอย่างเดียว ซึ่งเกษตรกรจะได้รับทุนสนับสนุนการปลูกทดแทนไร่ละ 16,000 บาท
นอกจากนี้ กยท.จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรด้วยการสนับสนุนให้ทำสวนยางที่ได้มาตรฐาน มอก.14061คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กยท. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขอใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น FSC (Forest Stewardship Council) หรือ PEFC ซึ่งจะทำให้การซื้อขายไม้ยางของเกษตรกรไทยได้มาตรฐานในระดับโลกและเป็นการการันตีว่า เป็นไม้ยางที่มาจากสวนยางที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งยังจะขยายผลให้มีการการออกใบรับรองน้ำยางข้นคุณภาพได้มาตรฐานอีกด้วย
สำหรับการกู้เงินจากกองทุน ตามมาตรา 49(3) ตามพรบ.การยางแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ เพื่อการส่งเสริม สนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางให้กู้ยืมเงิน เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางกู้ยืม เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับประกอบอาชีพการทำสวนยางด้านการปรับปรุงคุณภาพการผลิต ผลผลิต การแปรรูป และให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางกู้ยืม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การผลิต แปรรูป การตลาด และอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น อุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมไม้ยาง และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวกับยางพารา รวมถึงรวบรวมผลผลิตและมาตรา 49(5) คือ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง ต้องตรงตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติการขอรับความช่วยเหลือของเกษตรกรชาวสวนยาง กรณีสวนยางประสบภัยต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่สวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวนยาง ที่ดินสวนยางที่ประสบภัยต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี