546.jpg
70องค์กรร้องรมว.ศธ.แก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ จี้ถ้าทำผิดต้องถอนใบประกอบวิชาชีพ

70องค์กรร้องรมว.ศธ.แก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ จี้ถ้าทำผิดต้องถอนใบประกอบวิชาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 17.05 น.

เครือข่ายองค์กรผู้หญิง เด็ก และการศึกษา กว่า 70 องค์กร ร้อง รมต. ศึกษาแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน ชง ศธ. ออกมาตรการเร่งด่วนทำโรงเรียนให้ปลอดภัย ตั้งกลไกอิสระรับเรื่องร้องเรียน ให้การศึกษาครูเรื่องการคุ้มครองเด็ก หากพบครูล่วงละเมิดเด็กต้องถอนใบประกอบวิชาชีพ

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 เครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยองค์กรด้านการคุ้มครองเด็ก ผู้หญิง และการศึกษา กว่า 70 องค์กร ได้ออกมารณรงค์เรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผ่านเว็บไซต์change.org ให้ดำเนินมาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเร่งด่วน สืบเนื่องจากกรณีนักเรียนหญิงวัย 14 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหารถูกครูในโรงเรียนจำนวน 5 คน ร่วมกับพวกอีก 2 คน ข่มขืนกระทำชำเรามานานนับปี จนมีการแจ้งความดำเนินคดีไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา


นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมเรียกร้องครั้งนี้ กล่าวว่า เหตุการณ์ครูข่มขืนนักเรียนที่จังหวัดมุกดาหารเป็นข่าวที่สะเทือนสังคม มิหนำซ้ำเมื่อมีการเผยแพร่ข่าวออกไป กลับมีครูในโรงเรียนและบุคคลอื่นที่อ้างตัวเป็นครูออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อโซเชียลในลักษณะที่เป็นการให้กำลังใจครูที่ตกเป็นผู้ต้องหา และประณามเด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ทำให้สังคมตั้งคำถามกับบุคลากรในระบบการศึกษาของไทย ว่ามีจิตสำนึกความเป็นครู สำนึกเรื่องการคุ้มครองเด็ก ความเสมอภาคระหว่างเพศ  และมีความละเอียดอ่อนต่อสภาพปัญหาของเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมมากน้อยเพียงใด รวมทั้งมองว่าที่ผ่านมาทางกระทรวงศึกษาฯ เองก็ไม่มีได้มาตรการแก้ไขและปัองกันปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กอย่างจริงจังจนเกิดเป็นปัญหาซ้ำซาก

"เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเด็กนักเรียนในความดูแลของกระทรวงศึกษาต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศที่เกิดจากการกระทำของบุคลากรทางการศึกษาเอง ตรงกันข้าม เหตุการณ์นี้ รวมถึงการแสดงทัศนะของผู้ที่อ้างตัวเป็นครูในลักษณะที่เข้าข้างผู้ต้องหาและกล่าวโทษเด็กนักเรียน สะท้อนถึงวัฒนธรรมความรุนแรงทางเพศที่ฝังรากลึกอยู่ในระบบการศึกษาไทย ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาฯ ยังคงทำงานแบบตั้งรับ โดยคอยรับเรื่องร้องเรียนหลังเกิดเหตุแล้ว และการล่วงละเมิดที่เคยเกิดขึ้นหลาย ๆ กรณี ทางกระทรวงฯ ก็ไม่ได้มีการเอาผิดและลงโทษครูที่กระทำผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งไม่มีนโยบายแก้ไขที่รากเหง้าของปัญหา ความรุนแรงทางเพศที่บุคลากรทางการศึกษากระทำกับเด็กจึงเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า" นางสาววราภรณ์ กล่าว

ด้าน นางสาวทัศนวรรณ บรรจง ผู้อำนวยการมูลนิธิการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไทกล่าวว่า กระทรวงศึกษาฯ ต้องมีนโยบายและมาตรการในการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างรอบด้าน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความรุนแรงทางเพศต่อนักเรียนขึ้นอีกในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การศึกษากับครูและผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งให้เข้าใจเรื่องหลักการคุ้มครองสิทธิเด็ก เข้าใจว่าอะไรคือความรุนแรงทางเพศ มีความละเอียดอ่อนต่อเด็กที่มีความเปราะบางทางสังคม ซึ่งปัจจุบันเด็กเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น โรงเรียนจึงต้องเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กด้วย

"กระทรวงศึกษาฯ ต้องทำให้โรงเรียนและสถานศึกษาอื่นๆ ทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งของรัฐและเอกชน เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กเข้าไปแล้วต้องไปเสี่ยงจะถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือใช้ความรุนแรง" นางสาวทัศนวรรณ กล่าว

ในส่วนข้อเรียกร้องของเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ change.org เน้นให้กระทรวงศึกษาฯ ต้องดำเนินการดังนี้ 1.มีนโยบายและมาตรการเชิงรุกที่รอบด้านในการแก้ไขและป้องกันปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน 2.จัดตั้งกลไกระดับกระทรวงเพื่อรับเรื่องร้องเรียนกรณีความรุนแรงทางเพศ โดยกลไกดังกล่าวต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นอิสระจากอิทธิพลต่างๆ มีผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและการแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศจากภายนอกเข้าร่วม และต้องประชาสัมพันธ์นักเรียนและผู้ปกครองรับรู้และเข้าถึงกลไกนี้ได้อย่างกว้างขวาง 3.ให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็ก ความเสมอภาคระหว่างเพศ และให้มีแนวปฏิบัติเพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศ 4.กรณีที่มีการล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน กระทรวงศึกษาฯ ต้องร่วมเป็นเจ้าทุกข์ในการดำเนินคดีอาญา ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพนักเรียนในปกครอง รวมทั้งต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการเยียวยาเด็กและครอบครัวด้วย 5.ในกรณีที่พบว่าบุคลากรทางการศึกษามีการกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน ต้องมีการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบประกอบวิชาชีพครู และหากบุคคลที่กระทำผิดยังคงทำงานในหน่วยงานด้านการศึกษา กระทรวงฯ ต้องไม่อนุญาตให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรงอย่างเด็ดขาด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top