รายงานพิเศษ : ‘เอนก’ปลื้มอว.จ้างงานลดผลกระทบโควิด-19  ต่อยอดสร้างอาชีพ-ปรับตัวใช้ชีวิตยุคใหม่

รายงานพิเศษ : ‘เอนก’ปลื้มอว.จ้างงานลดผลกระทบโควิด-19 ต่อยอดสร้างอาชีพ-ปรับตัวใช้ชีวิตยุคใหม่

วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมประชุมร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยในภาคเหนือตอนบน

รมว.อว. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลคาดหวังให้อว.เป็นกำลังให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศ เรื่องที่ถูกมองว่ากำลังเป็นปัญหาของประเทศ อว.เห็นว่าคือโอกาสทำงาน สถาบันอุดมศึกษาอย่าเล็งเพียงความเป็นเลิศด้านวิชาการ ซึ่งขณะนี้มีส่วนพัฒนาจังหวัด พัฒนาการศึกษาและการสาธารณสุขของประเทศจากงบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนงาน อว.


ในปี 2564 ขอฝากชาวมหาวิทยาลัยคิดและพัฒนาต่อยอดให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น 3 เรื่อง คือ เรื่องแรกคือ เรื่องเกี่ยวกับนิสิตนักศึกษา อว.และสถาบันอุดมศึกษาจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเมืองและมีส่วนร่วมกับประชาชนปรับปรุงแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ต้องไม่ก้าวล่วงและละเมิดบุคคลอื่น กิจกรรมนักศึกษาในนามมหาวิทยาลัยต้องให้สาธารณชนเห็นว่านิสิตนักศึกษามีความจงรักภักดีในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เหมือนคนไทยทุกคน มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาเยาวชนในทิศทางที่ตรงกับความสนใจกับเยาวชนไทยในยุคไซเบอร์ ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ซึมซับรากเหง้าของความเป็นไทย พร้อม กับการเติบโตก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเข้มแข็ง รวมทั้งหารือกันว่าทำอย่างไรบัณฑิตจะเข้าสู่งานอาชีพใหม่และใช้ชีวิตในยุคเปลี่ยนแปลงของโลกได้มีความสุข

เรื่องที่สองคือ ผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-2019 (COVID -19) อว.เห็นว่าเป็นโอกาสในการใช้ศักยภาพ อว.เข้าร่วมแก้ปัญหาให้รัฐบาลและประชาชนที่ได้ผลกระทบโดยตรงหลังโควิดด้วยโครงการ อว.จ้างงานประชาชนในพื้นที่ทำงานให้มหาวิทยาลัย 400,000 คนเศษ ในปี 2563 ส่วนของบัณฑิตจบใหม่มีโครงการให้ทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโท 100,000 ทุน ศึกษาต่อในสาขาที่ประเทศต้องการ เช่น การเกษตร อาหาร สาธารณสุข พลังงานโลจิสติกส์ เพื่อชะลอการหางานทำของบัณฑิตจบใหม่ออกไป แรงงานระดับปริญญาที่อยู่ในระบบ จะมีการ Re-skill Up-Skill ด้วยหลักสูตรระยะสั้นเพื่อให้แรงงานปรับตัวให้ทันกับอาชีพใหม่

เรื่องที่สามคือ นำศักยภาพของ อว.และสถาบันอุดมศึกษาไปพัฒนาทุกพื้นที่ของประเทศ เนื่องจาก อว.เป็นกระทรวงใหญ่ มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ ควรเร่งกระจายองค์ความรู้และโอกาสเข้าช่วยพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ ผ่านคณะกรรมการบูรณาการเพื่อพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยอว.มีแนวคิดจะให้ทุกมหาวิทยาลัยมีโอกาสลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆของรัฐบาล สนับสนุนการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ด้วยการวิจัยและนวัตกรรมทางสังคม โครงการหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆ หน่วยงานสนับสนุนการสร้างและใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับชุมชนสังคมและคุณภาพชีวิตคนไทย

จากนั้นภาคบ่าย รมว.การอุดมศึกษาฯลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลดำเนินการโครงการ อว.จ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 (COVID-19) ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ณ ชุมชนท้องถิ่นที่พัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่นในพื้นที่เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โครงการ อว. จ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ใน 25 อำเภอของจ.เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 1 จ้างงานมี 70 คน ระยะที่ 2 มี 192 คน ให้ผู้ได้รับการจ้างงานเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ตลอดจนงานวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้จัดทำแผนส่งเสริมพัฒนาผลกระทบที่เกิดในชุมชน ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ มีฐานข้อมูลเพื่อใช้วางแผนพัฒนาอาชีพให้ชุมชน ตรงความต้องการของชุมชนมากขึ้น

ด้านผศ.เกษม กุณาศรี ผอ.ศูนย์ประสานงานอพ.สธ. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการจะยกระดับชุมชน เรื่องทรัพยากรชุมชน ไม่ว่าจะเรื่องกายภาพ ชีวภาพ แล้วก็ภูมิปัญญาท้องถิ่น ออกมาให้ชาวโลก คนรุ่นลูกรุ่นหลังได้นำไปใช้ ซึ่งการสำรวจนั้นทำให้เด็กได้ประสบการณ์ ในเรื่องของการเอาไปต่อยอดด้านงานอาชีพ และอีกอย่าง เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว จะเกิดฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาด้านการ
ท่องเที่ยวของประเทศเรา

ส่วนน.ส.นนทิชา พวงแก้ว และน.ส.พรทิพย์ พึ่งจาบ ผู้รับจ้างงาน อว. เฟส2 เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จบมาทางด้านสายงานการ
ท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 มีการปิดรับนักท่องเที่ยว พอมีประกาศจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จึงเข้าร่วมโครงการนี้ งานที่รับผิดชอบคือ เก็บข้อมูล สำรวจ รวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ เก็บข้อมูลทั้งหมด 9 หมู่บ้าน เก็บข้อมูลทั้งด้านชีวภาพ กายภาพ แล้วก็โบราณวัตถุ แล้วนำมาทำในใบงาน 9 ใบงาน ข้อมูลบางอย่างเราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น พืชใกล้สูญพันธุ์ โบราณวัตถุที่หายาก ทำให้เราได้รู้ข้อมูลต่างๆมากขึ้น อยากฝากว่า อยากให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะเป็นโครงการที่ให้ความรู้หลากหลาย นำไปต่อยอดเรื่องท่องเที่ยวที่เราเรียนมาได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top