546.jpg
ผู้ปกครองมาตามนัด ‘อสส.’เจรจาไกล่เกลี่ยรร.สารสาสน์ฯ เรียกค่าเสียหายทะลุ 130 ล.

ผู้ปกครองมาตามนัด ‘อสส.’เจรจาไกล่เกลี่ยรร.สารสาสน์ฯ เรียกค่าเสียหายทะลุ 130 ล.

วันอังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 11.57 น.

“ผู้ปกครอง-ทนายรณณรงค์” มาตามนัด “อสส.” เจรจาไกล่เกลี่ยเรียกค่าเสียหายทะลุ 130 ล้าน ส่วนผู้บริหาร “รร.สารสาสน์ฯ” ไม่เจรจาด้วย รอให้ศาลตัดสิน “รองโฆษกฯอัยการ” เผยฟ้องไปแล้ว 19 คดี

10 พฤศจิกายน 2563 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ราชพฤกษ์ เดินทางมาตามที่อัยการสูงสุดนัดกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์ฯ และผู้แทนโรงเรียนสารสาสน์ฯ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งแรก กรณีครูและพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนสารสาสน์ฯ


นายรณณรงค์ เปิดเผยว่า ผู้ปกครองได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีทางแพ่ง อัยการได้รับเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นคดีที่มีการละเมิดสิทธิร้ายแรงต่อเด็ก เพื่อไม่ให้โรงเรียนอื่นเอาเป็นแบบอย่าง โดยผู้ปกครองเรียกค่าเสียหายเยียวยาสภาพจิตใจเด็กรายละ 5 ล้านบาท รวมมากกว่า 130 ล้านบาท ส่วนตัวมองว่าไม่มากเกินไป เพราะแพทย์ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการของเด็กที่ถูกทำร้ายจะหายจากการหวาดกลัวนานเพียงใด ซึ่งไม่สามารถเปรียบเทียบได้เลย ส่วนที่วันนี้ตัวแทนโรงเรียนจะมาหรือไม่นั้น ทางอัยการสูงสุดก็จะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งตามขั้นตอนอยู่แล้ว

ด้านผู้ปกครองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพจิตใจลูกยังมีอาการหวาดผวา อารมณ์รุนแรง จนบางครั้งมีอาการทำร้ายตนเอง ส่วนผู้ปกครองอีกรายเผยว่า ลูกจะปิดประตูห้องทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังๆ อยากให้เข้าใจว่าลูกถูกทารุณกรรม ไม่ทราบว่าสภาพจิตใจกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติได้เมื่อไหร่ เงินเยียวยา 5 ล้านบาท ถือว่าไม่มากหากเทียบกับสภาพจิตใจของลูกและค่ารักษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาโรงเรียนได้คืนค่าเล่าเรียน 1 เทอมให้กับทางผู้ปกครองแล้ว แต่ในเรื่องอื่นๆ เช่น ค่ารักษาทางจิตเวช ทางโรงเรียนยังไม่ให้ความช่วยเหลือ หากที่ผ่านมาทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบคิดว่ายอดเงินจะไม่สูงเท่านี้ แต่โรงเรียนกลับไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ

ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า วันนี้เป็นการนัดไกล่เกลี่ยผู้ปกครองกับทางโรงเรียน เป็นขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อเป็นการลดคดีในชั้นศาลหากทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจาค่าเสียหายร่วมกันได้ โดยการเชิญครั้งนี้สำนักงานอัยการสูงสุดทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยอย่างสมัครใจ แต่ทางผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ฯ ได้ตอบกลับทางจดหมายเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ขอปฏิเสธการไกล่เกลี่ย โดยแจ้งว่าไม่สมัครใจในการพูดคุย มีความประสงค์ให้ศาลตัดสินค่าความเสียหาย ส่วนวันนี้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะหารือร่วมกับคณะทำงานและผู้ปกครอง ซึ่งอาจจะทำหนังสือเชิญมาอีกครั้ง หากโรงเรียนไม่สมัครใจมาไกล่เกลี่ย ก็จะทำหน้าที่ในการแนะนำชี้ช่องทางกฎหมายต่อไป

นายประยุทธ กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าในคดีอาญาที่มีการดำเนินคดีกับครูและบุคลากรของโรงเรียนสารสาสน์ฯ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ทางศาลแขวงนนทบุรี ได้ทำการฟ้องไปแล้วจำนวน 19 คดี ตัดสินแล้ว 7 คดี ในความผิด 13 กระทง มีคำพิพากษาจำคุกความผิดกระทงละ 15 วันโดยไม่รอลงอาญา ส่วนที่เหลือศาลจะทยอยตัดสินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์ฯ ที่ถูกทำร้าย ว่า ผลการประชุมระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการบังคับคดี (สคช.) จังหวัดนนทบุรี ตามที่อัยการสูงสุดมอบให้เป็นเจ้าภาพนั้น อัยการ สคช.นนทบุรี ได้รายงานว่ามีการฟ้องคดีเกี่ยวกับกรณีนี้ไป 22 คดี ต่อพี่เลี้ยงจุ๋มกับพวก ตัดสินไปแล้วบางส่วน บางคดีจำเลยให้การปฏิเสธ จึงเข้าสู่กระบวนการสืบพยานต่อไป และบางส่วนเพิ่งฟ้องคดี

สำหรับที่ประชุมงันนี้ ได้หารือเพิ่ม ซึ่งโรงเรียนสารสาสน์ฯ ไม่เข้าร่วมเจรจา โดยได้คุยกับผู้ปกครองกับหมอแล้ว ในการนำเด็กเข้าแผนฟื้นฟูบำบัดจิตใจ หมอจะใช้เวลา 30 วัน ในการประสานผู้ปกครองนำเด็กเข้าแผนฟื้นฟูบำบัด และรวบรวมค่าใช้จ่ายประกอบค่าเสียหายเรียกร้องต่อผู้บริหารโรงเรียนต่อไป ทั้งนี้ ทางอัยการจะมีหนังสือเรียกให้ผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ฯ มาคุยอีกครั้ง โดยนัดเจรจาไกล่เกลี่ยช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้

นายประยุทธ อธิบายขั้นตอนในการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยต่อไปว่า ถ้าหากเจรจาได้ อัยการ สคช. เป็นคนกลางพูดคุยจะยุติค่าเสียหายกันได้เพียงใด แต่ถ้าโรงเรียนสารสาสน์ปฏิเสธไม่มาตามนัดอีก การเจรจาจะไม่สามารถดำเนินการได้ อัยการ สคช. มีระเบียบที่จะดำเนินการฟ้องร้อง โดยการจัดทนายความอาสาให้ผู้ปกครองฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อไป ซึ่งรายละเอียดต้องดูความประสงค์ของผู้ปกครองและระเบียบที่เปิดช่องไว้

ต่อมาเวลา 11.39 น. ตัวแทนผู้ปกครองได้ลงมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม เล่าถึงกรณีที่ผู้แทนโรงเรียนสารสาสน์ฯ ไม่เดินทางมาเจรจา โดยทางโรงเรียนส่งหนังสือระบุอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการเจรจาอยู่ แต่การไม่เดินทางมาเหมือนโรงเรียนบ่ายเบี่ยง พยายามให้ข่าวเงียบ ทั้งที่ตนก็เงียบมาแล้ว รอมานาน ที่ลูกของตนถูกทำร้าย จะไม่ช่วยลูกของตนบ้างหรือ ซึ่งตนทำเพื่อส่วนรวม อยากให้โรงเรียนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีคุณภาพศึกษาที่ดีขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่าง พร้อมเรียกร้องให้มีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วยเหลือด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีครูและพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์ฯ ที่ศาลแขวงนนทบุรีตัดสินแล้วว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563  ดังนี้

คดีหมายเลขดำ 4104/2563 น.ส.โชษิตา ชมเชย หรือครูอิง จำคุก 1 เดือน 

คดีหมายเลขดำ 4183/2563 น.ส.นิภาพร หรือนิ ปานเพ็ง จำคุก 15 วัน

คดีหมายเลขดำ 4107/2563 นางภาลินี หรือกิ๊ก กลิ่นเดช จำคุก กระทงละ 15 วัน รวม 3 กระทง คงจำคุก 45 วัน

คดีหมายเลขดำ 4109/2563 น.ส.อาภัสรา ทองสุก หรือครูมิ้ว จำคุก 15 วัน

คดีหมายเลขดำ 4206/2563 น.ส.พจนา วะภักดิ์เพชร หรือครูหวาน จำคุก 15 วัน  โดยทุกคดีศาลไม่รอลงอาญา

สำหรับคำร้องขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ศาลนัดพิจารณาในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ต่อมาศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวครูที่ถูกจำคุก 15 วันคนละ 8,000 บาท ส่วนครูที่ศาลจำคุก 30 วัน ประกันตัวคนละ10,000 บาท.

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top