นายกสมาคมทนายความ พาลูกหนี้ กยศ.ติดหนี้1.6เเสนลุยฟ้องศาลเเพ่ง เผยชำระหนี้เเล้ว เเต่ยังโดนฟ้องบังคับยึดบ้านราคา 3.8 ล้าน ศาลนัด 17 พ.ค.นี้
วันที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และ น.ส.ทิพย์รัตน์ แสงใส ผู้เสียหาย ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และบริษัททนายความซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจสืบทรัพย์บังคับคดี ของ กยศ.เรื่องเรียกทรัพย์คืนเเละค่าเสียหายรวมมูลค่า 3,894,000บาท
นายนรินท์พงศ์กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องจาก ผู้เสียหาย เป็นลูกหนี้ กยศ.)ง ตามคำพิพากษาของศาลแขวงธนบุรี จำนวน 167,829.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยต่อมา ผู้เสียหายทราบว่า ทรัพย์ที่ดินและบ้านของผู้เสียหายถูกยึดออกขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้เสียหายและบิดาจึงชำระหนี้ทั้งหมด กับ กยศ. และตัวแทนเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ก่อนถึงวันนัดขายทอดตลาด ซึ่ง กยศ. ในฐานะผู้ยึดทรัพย์จะต้องดำเนินการงดการขาย ถอนการบังคับคดี แต่ปรากฏว่า ที่ดินและบ้านของผู้เสียหายได้ถูกบังคับคดีขายทอดตลาดให้บุคคลอื่น เป็นเงินสูงถึง 1,650,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากปัจจุบัน ที่ดินและบ้านมีมูลค่าสูงมาก ต่อมาผู้ซื้อทรัพย์ได้มีหนังสือขับไล่ผู้เสียหายและบิดาออกจากที่ดินและบ้านที่อาศัยด้วย
กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 ผู้เสียหายได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อ กยศ. เพื่อให้หาทางคืนบ้านและที่ดินให้แล้ว ตั้งแต่ทราบเหตุ แต่ล่วงเลยจนบัดนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าและได้ข้อยุติในเรื่องนี้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาคืนที่ดินและบ้านแโจทก์ พร้อมเรียกค่าเสียหาย กับ กยศ. และผู้เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
นายนรินท์พงศ์ กล่าวอีกว่าลูกหนี้ กยศ.มีหน้าที่ต้องชำระหนี้เเน่นอน เเต่พอทราบว่ามีหนี้1.6 เเสนก็รวบรวมเงินรวมดอกเบี้ยตามกฎหมายประมาณ 2เเสนบาท ชำระหนี้ เเต่ กยศ.กลับให้บริษัททนายความที่รับจ้างเป็นเอาท์ซอร์ซไปดำเนินการยึดทรัพย์ ซึ่งการสืบทรัพย์ทนายความต้องทราบว่าการยึดทรัพย์เกินกว่าความเป็นจริงตามที่กฎหมายห้าม จะเห็นว่ามูลค่าหนี้2เเสนบาทกับบ้านมูลค่า3ล้านกว่าบาทจำนวนมันห่างไกลกัน เเละประเด็นที่2เมื่อได้รัยการชำระหนี้เเล้วทนายความที่ได้รับมอบอำนาจกลับไม่ไปดำเนินการถอนอายัดทรัพย์ จึงอยากฝากไว้ว่าถ้าการปฏิบัติของ กยศ.เป็นเเบบนี้กับลูกหนี้ทั่วประเทศเเบบกรณีนี้มีคำถามว่าลูกหนี้จะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร ก่อนเดินทางวันนี้ทางสมาคมทนายความได้ตรวจสอบสำนวนทั้งหมดเเล้วว่าความบกพร่องดังกล่าวไม่ได้เกิดจากตัวลูกหนี้ กยศ. เเต่เกิดจากตัวเจ้าหนี้
ด้าน น.ส.ทิพย์รัตน์ โจทก์ในคดี ยืนยันว่าไม่ทราบเลยว่าบ้านได้ถูกขายทอดตลาดไปแล้ว เพราะไม่มีหนังสือแจ้งการยึดทรัพย์ใดๆ จนกระทั่งวันที่ 23ก.ค. 62 ผู้ที่ซื้อที่ดินได้มีหนังสือขับไล่ตนเองและครอบครัวให้ออกจากบ้าน ทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะหนี้ก็ชำระครบถ้วนก่อนการขายทอดตลาด แต่กลับมาถูกยึดบ้านและที่ดินที่อยู่มา 30 ปี เมื่อทวงถามไปทาง กยศ. ก็เพียงรับทราบเรื่องในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเเละรับปากจะดำเนินการประสาน เเต่พอมาจนวันนี้ที่จะมีการบังคับคดีกลับยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ให้ ทำให้ครอบครัวเครียดเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจมายื่นฟ้องต่อศาล ทุกวันนี้ตนก็เครียดเเต่สงสารคุณพ่อคุณเเม่ที่เครียด
โดยศาลรับคำฟ้องไว้และนัดพิจารณาวันที่ 17 พ.ค.นี้ เวลา 9.00 น.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี