ผู้ว่าฯ กทม.เร่งเยียวยาอาสาสมัครกู้ภัย พลีชีพเหตุเพลิงไหม้บ้านพังถล่ม ตาม พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย ด้านโยธาเขตทวีวัฒนา เผยเจ้าของขออนุญาตก่อสร้างปี 53 ต่อเติม ปี 54
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 138/12 หมู่บ้านกฤษดานคร 31 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์เขตทวีวัฒนา กทม.จนบ้านหลังดังกล่าวพังถล่มลงในช่วงที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัย เข้าระงับเหตุและกำลังค้นหาผู้ที่ติดค้างภายในบ้านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายว่าพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร กทม.ว่าได้มอบหมายให้สำนักการโยธา สำนักงานเขตทวีวัฒนา ร่วมกับตำรวจ สน.ธรรมศาลา เร่งตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ในส่วนการขอใบอนุญาตก่อสร้างและแบบการก่อสร้าง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งได้เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด ขณะที่ความเสียหายในขณะนี้นอกจากตัวบ้านแล้ว ยังมีบ้านที่อยู่ข้างเคียงซึ่งได้รับผลกระทบ2 หลัง ทั้งที่กำแพง หลังคา และรั้วบ้าน เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของบ้านต้นเพลิงจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดจะได้รับความช่วยเหลือจากเงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัย และ พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม 2543 โดย กทม.จะมอบให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต ประกอบด้วยทายาทของนายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี อปพร.นนทบุรี , นายสมัญญา นิลธง อายุ 48 ปี , นายอรรถพล ท้วมทอง อายุ 26 ปี และนายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี ซึ่งเป็น อปพร.เขตทวีวัฒนา เพื่อนำไปใช้ในการจัดการศพและชดเชยในความสูญเสียโดยในวันที่ 7 เมษายนนี้ กทม.จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพผู้เสียชีวิตด้วย
ขณะที่ นายณรงค์ รักษ์คิด รักษาการหัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตทวีวัฒนา กล่าวถึงการตรวจสอบใบอนุญาตการก่อสร้างบ้านที่เกิดเหตุ ว่ามีการยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้างและมีวิศวกรควบคุมงานอย่างถูกต้องเมื่อปี 2553 และเจ้าของบ้านได้ยื่นขอก่อสร้างดัดแปลงเพิ่มเติมอีกครั้งในปี 2554 สิ้นสุด 2555 เนื้อที่ก่อสร้างประมาณ 600 ตารางเมตร นอกจากนี้วิศวกรโยธา ได้ร่วมตรวจสอบกับตัวแทนเจ้าของบ้านที่ขออนุญาตรื้อถอนอาคาร โดยจะประเมินความปลอดภัยซึ่งในเบื้องต้นต้องล้อมพื้นที่ก่อน จากนั้นจึงรื้อถอนแผ่นเหล็ก และสิ่งของที่นำมากู้ภัยก่อนหน้านี้ ส่วนจะใช้เครื่องมือหนักหรือไม่ต้องประเมินอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี การรื้อถอนจะประสานความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ หลังจากพยานระบุว่าพบแสงเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ของบ้าน ส่วนบ้านพักใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายไปด้วยนั้น ทางเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุยินยอมจะชดเชยซ่อมแซมให้ สำหรับการถล่มของอาคารจะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของบ้านหรือความร้อน ยังไม่สามารถยืนยันได้ ในส่วนนี้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จะขอตัวอย่างคอนกรีตไปตรวจสอบหาการทนความร้อน แต่ยังไม่สามารถนำไปได้ ต้องรอการ พฐ.เข้าพื้นที่เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุก่อน
อีกด้านหนึ่ง ทางบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้พิจารณากรณีที่มีพนักงานของบริษัทฯ โพสต์แสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสมกรณีเพลิงไหม้บ้านพักและเกิดการพังถล่มมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ว่าทางบริษัทฯ มิได้เพิกเฉย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จึงขอเรียนชี้แจงว่าพฤติกรรมของพนักงานรายนี้ถือเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบข้อบังคับ จรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ รวมทั้งขัดต่อนโยบายบริษัทฯ ที่สำคัญคือกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต บริษัทฯ จึงให้พนักงานผู้นั้นพ้นสภาพความเป็นพนักงานทันที
เช่นเดียวกับแฟนเพจ PatRangsit Hospital โพสต์ข้อความว่ากลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ขอเรียนชี้แจงกรณีพนักงานบริษัทฯ โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมบนสื่อโซเชียล แม้จะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อค่านิยมของบริษัทฯ จึงต้องขออภัยกับเหตุดังกล่าว และขอร่วมแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ สำหรับการกระทำของพนักงานรายนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ โดยให้พ้นสภาพความเป็นพนักงานทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี