546.jpg
กลับมาแล้ว! หนุ่มติดโควิด19หนีออกจากรพ.โพธาราม จนท.โทรเกลี่ยกล่อมถึงยอมรักษาต่อ

กลับมาแล้ว! หนุ่มติดโควิด19หนีออกจากรพ.โพธาราม จนท.โทรเกลี่ยกล่อมถึงยอมรักษาต่อ

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 07.50 น.

12 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียแห่แชร์ภาพและข้อความประกาศของ นายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ที่ได้ประกาศผ่านทางสื่อโซเชียลและที่หน้าเฟซบุ๊ค ชื่อ Prasong Tinop โดยระบุข้อความว่า “เตือนบุคคลอันตราย #หนีการกักตัวเนื่องจากติดเชื้อโควิด19 #หลบหนีครั้งที่สอง ประกาศ ใครที่พบเจอ บุคคลในภาพถ่ายคือ นายอนุสรณ์ กัปโก ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ covid-19 ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาล ในระหว่างการรักษา  การติดเชื้อโควิด19 เป็นครั้งที่ 2 และไปที่บ้านเลขที่ 192 ม.2 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อไปนำ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเซฟ 100 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 917 ราชบุรี หลบหนีออกจากพื้นที่ ขอให้ทุกท่านช่วยสอดส่อง เป็นหูเป็นตา หากพบให้แจ้งฝ่ายความมั่นคง สถานีตำรวจ อำเภอโพธารามหรือที่มูลนิธิสว่างราชบุรี สาธารณสุข หรือ กำนันยุ่ง เพื่อไม่ให้ไปกระจายเชื้อให้กับบุคคลที่ไปสัมผัส และจะได้ควบคุมตัวไปรักษาโดยเร็ว #ช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ #ขอบพระคุณล่วงหน้า

ทำให้ตลอดทั้งวันกลายเป็นที่ตื่นตระหนกของคนในพื้นที่ อำเภอโพธาราม อำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ต่างแห่กันแชร์ข้อความและช่วยกันแจ้งเบาะแสเพื่อติดตามตัวผู้ป่วยรายนี้กลับเข้ารักษาภายในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามกับนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล ถึงเรื่องราวดังกล่าว ทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ คือ นายอนุสรณ์ กัปโก ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ covid-19 ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลโพธาราม ในระหว่างการรักษาการติดเชื้อโควิด19 เป็น ครั้งที่ 2 โดยได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่า ผู้ป่วยหลบหนีออกมาและนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างที่หน้าโรงพยาบาล ไปที่บ้านเลขที่ 192 ม.2 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ตนจึงได้รีบแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ในทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนช่วยกันตามหาและแจ้งเบาะแส ที่จะให้เจ้าหน้าที่นำตัวกลับมารักษา เพื่อจะไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะคุมไม่อยู่


จากการตรวจสอบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ยารักษาอยู่ตลอด  เนื่องจากในพื้นที่หมู่ 2 ต.ท่าชุมพล มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ส่วนหนึ่งมาจากโรงฆ่าสัตว์มีผู้ติดเชื้อกว่า 10 คน ส่วนคนที่หลบหนีไปนั้น  ยังไม่รู้ว่าติดเชื้อโควิด-19 มาจากที่ไหน  หลังตรวจพบจึงอยู่ในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่เพื่อทำการรักษา แต่เมื่อหนีออกไปก่อนต้องติดตามกลับมาเพื่อรักษาให้หาย หากยังติดตามตัวกลับมาไม่ได้เกรงว่าจะเป็นการแพร่เชื้อออกไปสู่บุคคลอื่นได้

จากการสอบถามคนในบ้าน ของนายอนุสรณ์ป่วย ซึ่งเป็นผู้เสี่ยงสูง ผลตรวจเป็นลบ แต่ยังคงกักตัวอยู่ในบ้าน เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเที่ยงเศษๆ นายอนุสรณ์ผู้ป่วยได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ตนก็ถามว่าหมอให้กลับบ้านแล้วหรือ นายอนุสรณ์ตอบกลับมาว่าหายแล้ว และได้เดินทางเข้าไปในบ้านนำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเซฟ 100 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 917 ราชบุรี ของนายอนุสรณ์เอง ออกมาจากบ้านเพื่อที่จะขับออกไปแต่ด้วยรถจักรยานยนต์จอดเป็นเวลานานทำให้น้ำมันรถหมด นายอนุสรณ์ผู้ป่วยโควิดจึงได้เข็นออกจากบ้านไปและไม่บอกว่าไปไหน ตนก็คิดว่าจะออกไปทำธุระ หรือ จะเดินทางกลับไปที่บ้านใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตรึงเครียด เนื่องจากไม่สามารถติดต่อนายอนุสรณ์ได้ และไม่รู้ว่าเดินทางไปในสถานที่ใด เพราะหวัดเกรงจะไปแพร่กระจายเชื้อ จึงพยายามประสานไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้ง จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และ เพชรบุรี เพื่อติดตามตัวกลับมารักษา

ล่าสุดได้รับรายงานจากนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล แจ้งความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้นำตัวนายอนุสรณ์ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่หลบหนีการรักษา กลับสู่การรักษาตัวที่โรงพยาบาลโพธาราม เป็นที่เรียบร้อย หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของนายอนุสรณ์ ซึ่งได้พยายามเกลี้ยกล่อมพูดคุยถึงเหตุผลของการต้องเข้ารักษาตัว หากไม่รักษาเชื้อลงปอดอาจทำให้เสียชีวิตได้ และหลอกล่อให้กลับมาพบกันที่หน้าโรงพยาบาลโพธาราม จนทำให้นายอนุสารณ์ ผู้ป่วยโควิด คนดังกล่าวเดินทางกลับมายังโรงพยาบาลโพธารามเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป

ต่อมานายอนุสรได้เดินทางมาถึงที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลตามนัด เจ้าหน้าที่ได้รอรับที่บริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาล ด้วยการนำรถวีลแชร์สำหรับผู้ป่วยโควิด หรือ ผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่ได้สวมชุด ppe เพื่อป้องกันการติดเชื้อพร้อมทั้งนำนายอนุสรณ์กลับเข้าไปยังห้องผู้ป่วยที่นายอนุสรณ์รักษาตัวตามเดิม โดยนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล ได้กล่าวขอบคุณประชาชน และเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมถึงเพจสื่อต่างๆ ที่ได้ช่วยกันนำเสนอข้อมูลและแชร์กันต่อไป เพื่อติดตามตัวผู้ป่วยที่หลบหนีกลับมารักษา จนสามรถนำตัวกลับมารักษาที่โรงพยาบาลตามเดิม เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ออกไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top