ตร.ตั้งทีมสืบสวนคลี่คลายคดี แม่ค้าถูกหลอกโอนเงิน 39 ล้าน จ่อเรียกพยาน 10 ให้ปากคำ

ตร.ตั้งทีมสืบสวนคลี่คลายคดี แม่ค้าถูกหลอกโอนเงิน 39 ล้าน จ่อเรียกพยาน 10 ให้ปากคำ

วันพุธ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

ตำรวจ สภ.ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนและทีมสอบสวนคลี่คลายคดีแม่ค้าขายของชำ ชาวตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เข้าแจ้งความ อ้างว่าถูกหลอกให้โอนเงิน 39 ล้านบาทให้สองสามีภรรยาชาวจังหวัดมหาสารคามมานานกว่า 2 ปี เพื่อถอนอายัดเงิน 1 หมื่นล้านบาทแลกกับค่าตอบแทน 5 พันล้านบาท พร้อมเตรียมเรียกพยานบุคคล และผู้เสียหายให้ปากคำเพิ่มเติมอีก 10 ปาก ขณะที่แม่ค้าผู้เสียหายเดินทางให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนและอยู่ในอาการเครียด

วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 จากกรณีนางอาภา นามสมมุติ อายุ 48 ปี ชาวจ.กาฬสินธุ์ นำหลักฐาน ทั้งเอกสารจำนวนกว่า 200 หน้าพร้อมภาพถ่าย คลิปเสียง และสลิปโอนเงิน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อ้างว่าถูกสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม หลอกให้โอนเงินหลายครั้งระหว่างปี 2558-2560 สูญเงินรวมกว่า 39 ล้านบาท เพื่อถอนอายัดเงิน 1 หมื่นล้านบาทในธนาคารแห่งชาติและเป็นค่าวิ่งเต้นถอนอายัดจาก ป.ป.ง.แลกกับค่าตอบแทน 5 พันล้านบาท ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น


ความคืบหน้า ล่าสุดที่ สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นางอาภา ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ ร.ต.อ.วิรัตน์ วงค์สอน รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ยางตลาด เจ้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.ศิลปชัย พงศ์วัชรจินดา ผกก.สภ.ยางตลาด และ พ.ต.ท.ปฏิวัติ ประวิเศษ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ยางตลาด ดูแลคดีอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียด เนื่องจากผู้เสียหายระบุว่าจำนวนเงินที่เสียหายวงเงินที่สูงถึง 39 ล้านบาท และเป็นคดีที่สังคมกำลังจับตามองเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ นางอาภาผู้เสียหาย เบื้องต้นยังไม่พร้อมที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้สื่อข่าว เนื่องจากอยู่ในระหว่างให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

ด้าน พ.ต.อ.ศิลปชัย พงศ์วัชรจินดา ผกก.สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่เมื่อวานนี้ (18 พ.ค.64) นางอาภา ผู้เสียหาย ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน แต่ยังสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558  และข้อมูลค่อนข้างละเอียด ซับซ้อน พนักงานสอบสวนจึงได้เรียกมาสอบปากคำเป็นการเพิ่มเติมอีกครั้ง สำหรับวันนี้จากการสอบปากคำเบื้องต้นค่อนข้างจะมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากเมื่อวานนี้ในบางประการ เช่น จำนวนตัวเลขที่โอนเงิน วัน เวลา และสถานที่ที่โอนเงิน และสถานที่นัดรับเงินกัน ซึ่งบางส่วนไม่ตรงกับที่ให้ปากคำเมื่อวาน จึงมีการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงทำให้บรรยากาศการสอบปากคำค่อนข้างตึงเครียด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานสอบสวนได้ให้อิสระแก่ผู้เสียหาย ในการให้ปากคำและนำหลักฐานอ้างอิง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำสำนวน และดำเนินการในขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ศิลปชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่รับรายงานจากพนักงานสอบสวน ทราบว่านางอาภาผู้เสียหายระบุว่าถูกสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม หลอกให้โอนเงินและมายืมเงิน โดยนัดสถานที่รับเงินตามจุดต่างๆไปตั้งแต่ปี 2558-2560 รวมจำนวน 39 ล้านบาท แต่หลักฐานที่นางอาภา นำมาแสดงทั้งการทำสัญญากู้เงินสดที่เขียนด้วยลายมือ และสลิปการโอนเงินผ่านธนาคารต่างๆพบมี 25 ครั้ง รวมจำนวนเงินประมาณ 16 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่ครบตามจำนวน 39 ล้านบาท นางอาภาระบุว่า เป็นมูลค่าทรัพย์สินอื่นๆ เช่นนำเอาที่ดินไปจำนองแล้วส่งเงินไปให้

พ.ต.อ.ศิลปชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อมูลเพิ่มเติมที่นางอาภาให้การกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ อ้างว่ายังมีพยานบุคคลและผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันที่ถูกสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม หลอกให้โอนเงินอีกจำนวน 10 คน ซึ่งตำรวจจะได้เชิญตัวมาสอบปากคำในโอกาสต่อไป ขณะเดียวกันก็จะได้ตั้งคณะทำงานทีมสืบสวน และทีมสอบสวน เพื่อตรวจเช็คชื่อ นามสกุล ประวัติ และติดตามตัวผู้ที่ถูกกล่าวหา เพื่อเรียกตัวมาสอบปากคำตามขั้นตอนต่อไป

พ.ต.อ.ศิลปชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทั้งนี้ ในส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า สองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามได้เปิดบัญชีรับการโอนเงิน ธนาคารไหน สาขาไหน หรือมีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวน 1 หมื่นล้าน ตามที่นางอาภา ผู้เสียหายให้การ จนนำมาสู่การอายัดของธนาคารแห่งชาติ และ ป.ป.ง.และหลอกให้โอนเงินนั้น เจ้าหน้าที่จะประสานข้อมูลตรวจสอบจริงต่อไป และจะเรียกพยาน รวมทั้งผู้เสียทั้ง 10 คนที่นางอาภากล่าวอ้างมาสอบปากคำ หลังเจ้าหน้าที่สอบปากคำนางอาภาเสร็จ เพราะถือเป็นกรณีต่างกรรมต่างวาระ ทั้งนี้สำหรับประชาชนหรือผู้เสียหาย หากถูกหลอกในลักษณะเช่นเดียวกับนางอาภาดังกล่าว ก็ขอให้ออกมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่หลายคนตั้งข้อสังเกตและสงสัยว่าเงินจำนวน 39 ล้านบาทที่ผู้เสียหาย ซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายของชำถูกหลอกยืมและโอนไปให้สองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม เพื่อถอนอายัดเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาทจากธนาคารแห่งชาติ และเป็นค่าวิ่งเต้นถอนอายัดนั้นเป็นจำนวนเงินที่มาก จำนวนเงินดังกล่าวมาจากไหน ซึ่งก่อนหน้านี้นางอาภาได้ให้ข้อมูลว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บจากการไปทำงานต่างประเทศมาหลายปี และเป็นเงินที่ได้จากเปิดร้านขายของ รวมทั้งเป็นเงินที่สามี ซึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศไต้หวันส่งมาให้ทุกเดือน และเป็นเงินที่นำที่ดินไปจำนอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่ค้าสุดช้ำ! ถูกตีสนิทให้โอนเงินนาน 4 ปี สูญเงิน 39 ล้าน อ้างวิ่งเต้นถอนอายัดแบงค์ชาติ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top