546.jpg
'เอเลียร์ ฟอฟิ'รอการกำหนดโทษ 2 ปี เหตุร่วมชุมนุมกดดันหน้าบันไดศาล

'เอเลียร์ ฟอฟิ'รอการกำหนดโทษ 2 ปี เหตุร่วมชุมนุมกดดันหน้าบันไดศาล

วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.55 น.

ศาลปรานีรอการกำหนดโทษ 2 ปี"เอเลียร์ ฟอฟิ"ละเมิดอำนาจศาล ชุมนุมกดดันคุมคามเหิมเกริมให้ปล่อยตัวเพื่อน หน้าบันไดศาล สั่งคุมประพฤติ-ห้ามกระทำตัวเช่นนี้ในบริเวณศาลอีก

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่ผู้อำนวยการประจำสำนักอำนวยการศาลอาญา กล่าวหา นายเอเลียร์ ฟอฟิ ผู้ถูกกล่าวหาคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.11/2564


กรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 เวลาประมาณ 12.30 น.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้เชิญชวนให้ทำกิจกรรมยื่นจดหมายราชอยุติธรรม พร้อมทั้งยืนอ่านกลอนตุลาการภิวัฒน์ โดยมีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณบันไดทางขึ้นหน้าศาลอาญา ใช้เครื่องขยายเสียงและตะโกนข้อความ ปล่อยเพื่อนเรา โดยผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ร่วมในการชุมนุมลักษณะก่อความวุ่นวายและตะโกนด่าทอด้วย

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วว่าแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่าการตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจะเป็นเพียงการแสดงออกถึงความไม่พอใจการทํางานของรัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์โควิด ซึ่งแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้ก็ตาม แต่การใช้เสรีภาพดังกล่าวย่อมจะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายและไม่เป็นการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นด้วย

การที่ผู้ถูกกล่าวหาตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยใช้ถ้อยคำหยาบคายต่างๆ ในขณะที่มีกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นศาลโดยไม่ยอมรับฟังคำแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าตำรวจ ซึ่งนอกจากเป็นการกระทําอันเป็นการมั่วสุมกันเกินกว่า 20 คนขึ้นไปในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และประกาศของกรุงเทพมหานครแล้วยังเป็นการสุ่มเสี่ยงที่ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทางไต่สวนแม้จะไม่ได้ความว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้เข้าไปโปรยกระดาษยื่นหนังสือราชอยุติธรรม อ่านกลอนตุลาการณ์ภิวัฒน์หรือมีการใช้เครื่องขยายเสียง รวมถึงการฝ่าฝืนแผนเหล็กรั้วกั้นอย่างเป็นผู้ร่วมชุมนุมคนอื่น ๆ ก็ตาม แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าร่วมชุมนุมและร่วมตะโกนต่อว่าร่วมกับผู้ชุมนุมคนอื่น ๆ ย่อมมีลักษณะเป็นการทำให้ผู้ร่วมชุมนุมดังกล่าวเกิดความฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นอันมีลักษณะเป็นการสนับสนุนผู้ชุมนุมอยู่ในตัว

แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาร่วมตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลและต้องการที่จะมาให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวก็ตาม แต่ผู้กล่าวหาก็ยังสามารถเลือกใช้รูปแบบของการแสดงออกในการให้กำลังใจผู้ต้องขังที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว หรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แม้จะเป็นการด่าทอเจ้าพนักงานตำรวจ แต่เจ้าพนักงานตำรวจก็ได้รับการประสานเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล

ซึ่งการกระทำดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการใช้คำพูดหรือกริยาในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยส่งเสียงดังภายในบริเวณศาลอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในบริเวณศาลอาญา พ.ศ.2564 ข้อ 1 และเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

การกระทําของผู้ถูกกล่าวหา ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายและไม่มีข้อยกเว้นให้กระทำได้ จึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจ

พิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 , 31(3) , 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งความผิด เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพฤติการณ์กระทำความผิดที่ร้ายแรง และไม่มีบทบาทสำคัญในการเตรียมการหรือวางแผนชุมนุม เรียกร้อง หรือก่อความวุ่นวายไม่สงบเรียบร้อยในบริเวณศาลในลักษณะกดดัน คุกคาม เหิมเกริม  อุกอาจ แต่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเพียงมีส่วนร่วมในกลุ่มเพื่อเป็นกำลังใจหรือเป็นแนวร่วมในเหตุการณ์ถือว่ายังไม่ถึงขั้นร้ายแรง ทั้งผู้ถูกกล่าวหามีวุฒิการศึกษาที่ดีน่าจะมีอนาคตในภายหน้าที่ดีขึ้น รวมทั้งไม่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุกมาก่อน มีอาชีพสุจริตและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงสมควรให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหากลับตัวเป็นพลเมืองดีในสังคมสักครั้ง จึงให้รอการกำหนดโทษมีกำหนด 2 ปี แต่ทั้งนี้เห็นควรกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติโดยห้ามผู้ถูกกล่าวหาประพฤติตนในทำนองเดียวกับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบริเวณศาลเช่นทำนองนี้อีกภายในกำหนดระยะเวลารอการกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top