546.jpg
'อนุทิน'สั่งเปิด3จุดฉีดmRNA รองรับคนไม่เคยฉีด-ผู้รอวัคซีนทางเลือก

'อนุทิน'สั่งเปิด3จุดฉีดmRNA รองรับคนไม่เคยฉีด-ผู้รอวัคซีนทางเลือก

วันศุกร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.05 น.

"อนุทิน" สั่งเปิด 3 จุดฉีดวัคซีน mRNA คาดฉีดวัคซีนโควิดครบ 100 ล้านโดสในสิ้นเดือน พ.ย. หลังยังขาดอีก 3 ล้านคน เน้นผู้ที่ยังไม่เคยฉีด สูงอายุ ติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และแรงงานต่างด้าว ย้ำมีสิทธิได้รับวัคซีนฟรีจากภาครัฐในฐานะประชาชนไทย พร้อมเสนอ ศบค.เข้มการตรวจสอบตามมาตรการ COVID Free 

26 พฤศจิกายน 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิด 19 แล้ว 47 ล้านคน จากเป้าหมาย 50 ล้านคน ยังมีผู้ไม่ได้รับวัคซีนอีก 3 ล้านคน คาดว่าจะฉีดครบ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยทุกแห่งจะเร่งรัดฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ยังไม่ได้รับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และขยายไปถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าว เนื่องจากผู้ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงติดเชื้ออาการหนักและเสียชีวิต ทั้งนี้ ยืนยันว่าวัคซีนทุกชนิดที่กระทรวงสาธารณสุขจัดซื้อเป็นวัคซีนที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลลดความเสี่ยงติดเชื้อ ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 


นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เข้าไม่ถึงวัคซีน เนื่องจากอยู่ห่างไกล ไม่ทราบข้อมูลการฉีด ได้ให้ทุกพื้นที่ออกสำรวจและจัดบริการฉีดเชิงรุก และกลุ่มที่รอวัคซีนทางเลือก mRNA ซึ่งในฐานะคนไทยสามารถมารับวัคซีน mRNA ที่รัฐจัดหาให้ได้ และควรมารับวัคซีนโดยเร็วที่สุดเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ ผู้ที่จองวัคซีนทางเลือกส่วนใหญ่จะอยู่ใน กทม. จึงให้อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และอธิบดีกรมสุขภาพจิต จัดสถานที่ฉีดวัคซีน mRNA 3 แห่ง คือ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สถาบันบำราศนราดูร และโรงพยาบาลศรีธัญญา สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มแรกหรือผู้ที่จองซื้อวัคซีนทางเลือกไว้ ส่วนผู้ที่จองวัคซีนทางเลือกในต่างจังหวัดจะให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสำรวจและจะจัดส่งวัคซีน mRNA ไปให้ 

"วันนี้ (26 พฤศจิกายน 2564) จะเสนอ ศบค. ให้มีการเข้มงวดมาตรการ COVID Free Setting และ SHA Plus เช่น ร้านอาหาร ต้องตรวจสอบทั้งเจ้าของร้านและพนักงานที่ให้บริการทุกคนว่าฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากยังไม่ฉีดต้องไม่ให้เปิด หรือลูกค้าหากยังไม่ฉีดก็ไม่ควรอนุญาตให้นั่งในร้าน ยกเว้นสั่งกลับบ้าน เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ถือว่าประเทศไทยมีการเฝ้าระวังป้องกันที่ดี ซึ่งหากประชาชนยังให้ความร่วมมือเหมือนที่ผ่านมา โอกาสจะเกิดการระบาดสูงเหมือนต่างประเทศจะน้อยลง" อนุทิน กล่าว

ขณะที่ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโควิด 19 รักษาหาย 6,875 ราย สูงกว่าผู้ติดเชื้อใหม่ที่พบ 6,559 ราย เสียชีวิต 64 ราย อยู่ระหว่างรักษา 80,277 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,440 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 341 ราย แนวโน้มการติดเชื้อลดลงทุกพื้นที่ ผู้เสียชีวิต 98% เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัว ส่วนวัคซีนโควิด 19 ฉีดไปแล้ว 91,381,880 โดส เหลืออีกประมาณ 8.6 ล้านโดส จะครบตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส เฉพาะเข็มแรกฉีดได้ 47.5 ล้านคน ครอบคลุม 66.02% ของประชากร เหลืออีกประมาณ 2.5 ล้านคน จะฉีดครบตามเป้าหมาย 50 ล้านคน โดยเขตสุขภาพที่ 6 ฉีดครอบคลุมมากที่สุด 75.86% ส่วนเขตสุขภาพที่ฉีดได้เกิน 60% มี 5 เขต ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 11 (68.01%) เขตสุขภาพที่ 1 (65.42%) เขตสุขภาพที่ 4 (64.94%) เขตสุขภาพที่ 12 (61.42%) และเขตสุขภาพที่ 5 (60.97%) เขตสุขภาพที่ฉีดได้มากกว่า 50% มี 4 เขต ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 9 (55.26%) เขตสุขภาพที่ 2 (53.09%) เขตสุขภาพที่ 3 (53.02%) และเขตสุขภาพที่ 10 (50.22%) ส่วนเขตสุขภาพที่ฉีดไม่ถึง 50% มี 2 เขต ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 8 (49.67%) และเขตสุขภาพที่ 7 (49.55%)

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ตามเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ครอบคลุม 70% ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลายเขตสุขภาพใกล้ถึงเป้าหมายแล้ว ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์รณรงค์ฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2564 เนื่องในวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุขและวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งจะเริ่มพรุ่งนี้เป็นวันแรก ให้เชิญชวนประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนให้มารับวัคซีน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ นักเรียน ครู อสม. ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา รวมถึงแรงงานต่างด้าว เนื่องจากข้อมูลพบว่าผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือฉีดไม่ครบ 2 โดส ซึ่งวัคซีนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ขอให้หน่วยฉีดวัคซีนตรวจสอบการนำเข้าข้อมูลการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบัน เชื่อว่าการรวมพลังของบุคลากรสาธารณสุขในวาระพิเศษครั้งนี้ จะทำให้สามารถฉีดวัคซีนได้ครบ 100 ล้านโดส เพิ่มความคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ถึง 70% ได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หรืออย่างช้าภายในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top