546.jpg
'อนุทิน'ลั่นไทยพร้อมนำประชาคมโลกขจัด'โรคเอดส์'อย่างบูรณาการ

'อนุทิน'ลั่นไทยพร้อมนำประชาคมโลกขจัด'โรคเอดส์'อย่างบูรณาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.35 น.

ไทยพร้อมรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการ UNAIDS ในปี 2565 นำประชาคมโลกเพื่อขจัดโรคเอดส์ "อนุทิน"เรียกร้องทุกประเทศร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อยุติเอชไอวีให้ได้ในปี 2573

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย.64 เวลา 10.30 น.ตามเวลานครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ ได้ร่วมหารือกับ นายทิม มาร์ติโน รองผู้อำนวยการบริหาร โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และทีมงาน ณ คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา


รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งถึงความพร้อมของไทยที่จะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ UNAIDS ในปี 2565 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการขับเคลื่อน UNAIDS ในการขจัดโรคเอดส์ ซึ่งยังเป็นโรคระบาดที่สร้างปัญหาสาธารณสุขหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

ทั้งนี้ ในระหว่างการหารือ ฝ่าย UNAIDS ชื่นชมบทบาทและนโยบายของรัฐบาลไทยที่ได้แก้ไขปัญหาการตีตราและการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งการให้การรักษาโรคเอดส์ควบรวมอยู่ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นายอนุทิน กล่าวว่า ในปี 2565 ไทยจะผลักดันเรื่องการจัดการปัญหาโรคเอดส์อย่างบูรณาการ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันและรักษาโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนอย่างครอบคลุม รวมทั้งจะขจัดการตีตราและการเลือกปฏิบัติให้หมดไป การรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการ UNAIDS ในปีหน้าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง และไทยพร้อมจะนำพาประชาคมโลกก้าวไปพร้อมกันในการขจัดโรคดังกล่าวให้หมดสิ้นภายในปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) โดยจะให้ความสำคัญกับทุกมิติที่เกี่ยวกับประเด็นโรคเอดส์ โดยเฉพาะการขจัดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ และปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ ในเวลา 13.00 น.ของวันเดียวกัน นายอนุทิน ได้กล่าวถ้อยแถลงเนื่องในวันเอดส์โลก ในโอกาสที่ประเทศไทยจะรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการ UNAIDS ในปี 2565 ณ สำนักงานใหญ่ UNAIDS

นายอนุทิน กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้าอย่างมากในกระบวนการรักษาและการป้องกันโรคเอดส์ แต่ทั่วโลกยังมีความท้าทายหลักอยู่ที่เรื่องความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมของการเข้าถึงบริการสุขภาพ ยารักษาโรค ระหว่างเพศ สถานะทางเศรษฐกิจ และกลุ่มอายุ ของผู้คนทั้งในและระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คนหนุ่มสาวจะเป็นกลุ่มคนที่เป็นรากฐานสำคัญต่อการต่อสู้กับโรคเอดส์ แต่ยังพบว่าเด็กผู้หญิงและผู้หญิง คนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลที่ดี เนื่องจากการตีตราตนเอง การตีตราทางสังคม และการเลือกปฏิบัติ โดยทั่วโลกต้องฟังเสียงคนรุ่นใหม่ พลังของคนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่กับเอชไอวี ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะเป็นรากฐานที่สำคัญของการดูแลคนทุกกลุ่ม

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้สร้างอุปสรรคต่อการดูแลผู้ป่วยเอชไอวี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน พร้อมกับการมีระบบประกันสุขภาพที่ยืดหยุ่น พร้อมตอบสนองความท้าทายด้านสุขภาพในอนาคต โดยยุทธศาสตร์โรคเอดส์โลก พ.ศ.2564-2569 จะต้องได้รับการแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลต่างๆจำเป็นต้องให้การสนับสนุนเกี่ยวกับเอชไอวี - เอดส์ อย่างเพียงพอ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาคมโลก กล้าหาญที่จะขจัดต่อความไม่เท่าเทียมทางสังคม ที่ทำให้คนบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และกลับสู่แนวทางที่จะยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2573

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top