546.jpg
'น้องชมพู่'ส่งทนายฟ้อง'ทีน่า' เรียก 7 แสนข้อหาหมิ่น พบยังไม่เปลี่ยนชื่อ'สรพงษ์'

'น้องชมพู่'ส่งทนายฟ้อง'ทีน่า' เรียก 7 แสนข้อหาหมิ่น พบยังไม่เปลี่ยนชื่อ'สรพงษ์'

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.07 น.

น้อง ชมพู่ สาวแบรนด์เนม  ส่งทนายฟ้อง"ทีน่า" สาวสอง "หมิ่น " Hermes ปลอม เรียกค่าเสียหาย 7 แสน เจ้าตัวยังไม่สำนึกผิด ล่าสุดพบยังไม่เปลี่ยนชื่อเป็น "สรพงษ์" หรือ "ประยุทธ์"  ตามที่ลั่นปากไว้ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ปลาย ก.พ. บ่ายครึ่ง

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความผู้รัยมอบอำนาจ  นางสาวจิดาภา ชีนารักษ์  หรือชมพู่ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง   นายณภาภัช เนตรระหงษ์ ประยุทธ์ หรือ "ทีน่า" สาวสอง อาชีพแม่ค้าออนไลน์รับซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมหรู เป็นจำเลย ฐาน "หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา" 


จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 10-13 ธ.ค.64 โจทก์ได้นำกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อ Hermes ไปขายให้กับจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายและรับซื้อกระเป๋า และสินค้าของแบรนด์เนมในราคา 395,000 บาท แต่ถูกจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านกล่าวหาว่า กระเป๋าแบรนด์เนม ใบดังกล่าวของโจทก์เป็นของปลอม พร้อมท้าพิสูจน์ หากเป็นกระเป๋าของจริง  จำเลยจะยอมโอนเงินให้ 2 ล้าน พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “สรพงษ์” เลิกเป็นกะเทยด้วย  

การกระทำดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง  ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง  จึงนำคดีมาฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ ตามความผิดพร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 700,000 บาท 

ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีดำ อ.3323/64  และนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 28 ก.พ .เวลา 13.30 น. 

ภายหลังนายเกิดผล กล่าวว่า วันนี้ตนในฐานะทนายความ ของนางสาวจิดาภา ผู้เสียหาย ได้นำพยานหลักฐานมายื่นฟ้องเพื่อเอาผิด นายณภาภัช หรือ "ทีน่า"  หรือ สรพงษ์ หรือ ประยุทธ์ เนตรระหงษ์ แม่ค้าออนไลน์ที่รับซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมหรูข้อหาหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา พร้อมเรียกเงินชดเชยค่าเสียหาย 700,000 บาท หลังพบว่า คู่กรณีมีการ live สด, โพสต์ข้อความ, และแชร์ข้อความต่อ ในเพจและ instagram ของตัวเอง ในเชิงทำนองว่า ลูกความเป็นมิจฉาชีพ พร้อมกับใช้ปากกามาเขียนที่กระเป๋าของลูกความว่า "ปลอม"  พร้อมทั้งพูดกล่าวหาว่า ลูกความหลอกลวงขายของปลอมให้ และยังมีการใช้ถ้อยคำข้อความทำนองกล่าวหาว่าเป็นลูกเนรคุณ โดยมีการกระทำความผิดระหว่างวันที่ 10-13 ธ.ค ที่ผ่านมา โดยเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกันรวม 5 กรรม จนทำให้รู้ความรู้สึกว่าได้รับความเสียหายจากถ้อยคำและไลฟ์ดังกล่าว ประกอบกับที่ผ่านมาได้ให้โอกาสคู่กรณีกล่าวขอโทษแต่คู่กรณีก็ไม่สำนึกผิด หลังจากที่ไปออกรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งก็ยังคงโพสต์ข้อความดูถูกต่อว่ามาโดยตลอด จึงตัดสินใจให้ตนมาฟ้องเอาผิดกับคู่กรณี โดยศาลได้นัดไต่สวนช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.พ.ปีหน้า

เบื้องต้นจากการพูดคุยกับผู้เสียหายทราบว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวคู่กรณีไม่เคยกล่าวขอโทษสำนึกผิดใดๆ และไม่ยอมจ่ายเงินค่ากระเป๋าโดยให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอง แม้ว่าจะมีใบรับรองมาจากสถาบันตรวจสอบกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังแล้วก็ตาม และยังกะว่าจะได้รับความเสียหายเรื่อยมา ซึ่งคดีนี้จะแยกกับคดีที่คู่กรณีไม่ยอมจ่ายเงิน 2 ล้านบาทเป็นค่ากระเป๋าแบรนด์เนมต้นเรื่อง 

สำหรับเรื่องการไม่ยอมจ่ายเงินค่ากระเป๋า 2 ล้านบาท ตนเองและลูกความมีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า คู่กรณีได้สัญญาว่า จะจ่ายเงิน 2 ล้านบาทให้จริง และไม่ได้เป็นถ้อยคำหรือข้อความในลักษณะการพูดเล่น ซึ่งถือว่าลักษณะดังกล่าวเป็นการให้คำสัญญาว่าจะให้ แต่ไม่ให้ ซึ่งก็ต้องดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ทั้งนี้หากในภายหลังเจ้าตัวจะแสดงความขอโทษก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าการที่จะกล่าวขอโทษนั้นมีความพยายามหรือจริงใจในการแสดงออกหรือไม่

ส่วนเรื่องคำสัญญาว่าจะเปลี่ยนชื่อตนเองจาก "ทีน่า"  เป็นสรพงษ์ และขอบ่ายเบี่ยงว่าชื่อ "สรพงษ์" ไม่ถูกโฉลกมีอักษรและวรรณยุกต์ที่เป็นกาลกิณี โดยจะขอเปลี่ยนเป็นชื่อ "ประยุทธ์" แทน จากนั้นก็ประกาศผ่านโลกออนไลน์ว่าได้เปลี่ยนชื่อแล้ว แต่จากการตรวจสอบของทนายความล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ว่ายังคงใช้ชื่อและนามสกุลเดิม โดยไม่ได้เปลี่ยนเป็นสรพงษ์หรือประยุทธ์ และเมื่อวานนี้จึงเข้าไปตรวจสอบในทะเบียนราษฎร์อีกครั้งหนึ่งว่าชื่อนามสกุลจริงของคู่กรณีคืออะไร ก็พบว่ายังคงใช้ชื่อและนามสกุลเดิม ซึ่งถือได้ว่าคู่กรณีไม่ได้ทำตามสัญญา แต่ลูกความไม่ถือสาเอาความเรื่องดังกล่าวเป็นคดี.
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top