546.jpg
เปิดกุฏิอดีตเจ้าอาวาสฉาวตรวจสอบทรัพย์สิน ญาติหากระเป๋าเอกสารไม่เจอ

เปิดกุฏิอดีตเจ้าอาวาสฉาวตรวจสอบทรัพย์สิน ญาติหากระเป๋าเอกสารไม่เจอ

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.03 น.

ผอ.สำนักพุทธฯสมุทปราการ พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดบางหญ้าแพรก ร่วมตรวจสอบทรัพย์สินในกุฏิอดีตเจ้าอาวาสฉาว ญาติเผยหากระเป๋าเอกสารสำคัญไม่เจอ มีเพียงรูปของบรรพบุรุษเท่านั้นขอเอากลับบ้าน ส่วนทรัพย์สินอื่นๆถวายวัดทั้งหมด เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงกองเหรียญสลึงจำนวนมากไม่สามารถนับได้ น่าจะเป็นเงินจากตู้บริจาคและยังไม่ได้ไปฝากธนาคาร

หลังจากหมอปลา และชาวบ้านหลายร้อยคนบุกล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ก่อนจะพบว่ามีหญิงสาวหลบซ่อนอยู่ใต้บันไดขึ้นชั้น 2 ของกุฏิดังกล่าว  ระหว่างรื้อค้นยังพบที่คาดผมผู้หญิง เจ้าอาวาสยังหยิบมาคาดโชว์ อ้างว่าเอาไว้คาดเพื่อรักษาอาการปวดหัว ส่งผลให้เจ้าอาวาสต้องสึกจากการเป็นพระหลังจากบวชมา 28 พรรษา และเป็นเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก 8 ปี เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน พร้อมกับได้แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อบริหารวัดสร้างภาพลักษณ์ที่ดี หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวนั้น


เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมการวัดบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และ นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้  ได้ร่วมกันทำการเปิดกุฏิอดีตเจ้าอาวาสฉาวเพื่อทำการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาส  และทำการถ่ายรูปเป็นหลักฐาน เพื่อทำการคัดแยกระหว่างสมบัติส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสและทรัพย์สินของวัดเพื่อเตรียมการส่งมอบให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก รูปใหม่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบทรัพย์สินครั้งนี้ มีญาติของอดีตเจ้าอาวาสและชาวบ้านเดินทางมาดูการตรวจสอบทรัพย์สินของทางวัดในครั้งนี้ โดยที่ทางคณะกรรมการวัดและคณะสงฆ์ที่เข้าตรวจสอบภายในกุฏิโดยไม่อนุญาตผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบแต่อย่างใด โดยที่น้องสาวของอดีตเจ้าอาวาส ได้ระบุว่า ที่ตนมาในครั้งนี้เนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสได้เคยสั่งไว้หากเป็นอะไรไปให้มาเอาเอกสารที่อยู่ในกระเป๋ากลับไปด้วย โดยที่ตนก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นเอกสารอะไร แต่เท่าที่สอบถามกับคณะกรรมการวัดที่เข้าร่วมตรวจสอบภายในกุฏิทราบว่า ไม่พบกระเป๋าหรือเอกสารแต่อย่างใด มีเพียงรูปของบรรพบุรุษเท่านั้น ที่พบส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เป็นทรัพย์สินของทางอดีตเจ้าอาวาสตนขอถวายวัดทั้งหมด มีเพียงรูปบรรพบุรุษเท่านั้นที่ตนขอกลับไปไว้ที่บ้าน

ขณะที่มีพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งได้ออกมาชี้แจ้งว่า วันนี้ยังไม่มีการเปิดกุฏิอดีตเจ้าอาวาสแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการตรวจสอบทรัพย์สินของทางวัดภายในกุฏิอดีตเจ้าอาวาสเท่านั้น เพื่อเตรียมส่งมอบให้รักษาการณ์เจ้าอาวาสรูปใหม่เป็นผู้ดูแล โดยมีเจ้าคณะตำบลจะเดินทางมาดูการตรวจสอบทรัพย์สินของทางวัดเท่านั้น

ด้าน นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า   วันนี้ตนในฐานะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มาเป็นพยานหรือไปช่วยตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาส จริง ๆ แล้ววัดก็สามารถทำเองได้ แต่ในครั้งนี้เนื่องจากมีข่าวก็เลยต้องเอาทั้งตำรวจแล้วก็เจ้าหน้าที่ซึ่งต้องมีการแต่งตั้งเป็นคำสั่งซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่า มีเพียงเงินเหรียญและเงินแบงค์เล็ก ๆ เก่า ๆ ส่วนเหรียญก็จะมีพวกเหรียญบาทเหรียญสลึงเก่า ๆ และพวกพระเครื่องและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่พระใช้  ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้นเยอะมาก

นางเนตรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนเงินแบงค์ใหม่ ๆ ไม่มีเลย ส่วนใหญ่มีแค่แบงค์ 500 ซึ่งก็จะมีการใส่ไว้เป็นถุง ๆ และก็มีกระดาษโน้ตเขียนไว้ว่าเงินทำบุญสร้างศาลาอะไรแบบนี้และที่เยอะจริง ๆ คือเหรียญสลึงจำนวนมากไม่สามารถนับได้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็จะกอง ๆ รวมอยู่ทั่ว ๆ ไปในกุฏิไม่ได้กองร่วมกันไว้แต่อย่างใด ซึ่งน่าจะเป็นเงินจากตู้บริจาคและยังไม่ได้ไปฝากธนาคารอะไรแบบนี้ ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่พบว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือคิดว่าจะมีแต่มันก็ไม่มี ซึ่งในการตรวจสอบจะได้เข้าไปเพียงคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้นเราจะไม่ให้คนภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด ซึ่งก็จะมีพระไวยาวัจกร สำนักพุทธและก็ตำรวจ คนที่ไม่ถูกแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจะเข้าไปด้วยไม่ได้เลย เพราะว่าอันไหนที่เป็นสมบัติส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสก็จะคืนให้เขาไป อันไหนเป็นของวัดก็ต้องคืนให้กับวัด

"การตรวจสอบในครั้งนี้เพื่อเตรียมส่งมอบทรัพย์สินของวัดคืนให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่เป็นผู้ดูแล อันนี้คือทรัพย์สินในกุฏิอดีตเจ้าอาวาส ส่วนทรัพย์สินของวัดต้องให้ไวยาวัจกรเป็นคนบันทึกรายการทรัพย์สิน และต้องให้ทางคณะกรรมการตรวจสอบภายใน 30 วัน เพื่อให้รักษาการเจ้าอาวาสท่านได้บริหารจัดการต่อไปได้ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเขาก็สามารถบริหารจัดการกันได้เอง แต่ถ้าต้องการคณะกรรมการพระผู้ใหญ่หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าไปด้วยก็ได้ในกรณีที่จัดการกันไม่ได้ อย่างในครั้งนี้ก็จะเอาข้าราชการผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะว่าอย่างที่เราเห็นอันนี้ประเมินโดยส่วนตัวแล้วท่านอาจจะไม่ดีในเรื่องต่าง ๆ แต่ว่าวัดได้รับการพัฒนามาโดยตลอด"นางเนตรทิพย์ กล่าว

-001

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top