รวบยกแก๊งผู้ต้องหา ตุ๋นซื้อทองรูปพรรณน้ำหนัก 100 บาท พบประวัติก่อเหตุอื้อ

รวบยกแก๊งผู้ต้องหา ตุ๋นซื้อทองรูปพรรณน้ำหนัก 100 บาท พบประวัติก่อเหตุอื้อ

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.16 น.

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 ชุดสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 4 ควบคุมตัวนายกรีลัลติกาล อัครปกานรรท์ อายุ 40 ปี ชาวจ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ที่ 24/ 2565 ลง 18 ก.พ.2565 หลังถูกจับกุมตัวได้ที่กรุงเทพมหนคร โดยนายกรีลัลติกาลร่วมกับพวกอีก 4 คน ที่ถูกจับกุมในเวลาไล่ๆกัน คือ 1.นางสาวพิชชาภา ครณรงค์ อายุ 47 ปี  จ.ฉะเชิงเทรา, นางสาวมลิวรรณ เลพล อายุ 44 ปี กรุงเทพมหานคร, นายรชต วิไลเจริญพงศ์ อายุ 62 ปี จ.เชียงราย และนายธนบดี ดวงมาลา อายุ 51 ปี จ.บุรีรัมย์ ได้ร่วมกันก่อเหตุใช้เคลียร์ริ่งเช็คหลอกซื้อทองรูปพรรณ ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในจังหวัดหนองคาย ได้ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 100 บาท มูลค่า 2.9 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป
 
ต่อมาตำรวจสืบสวนภาค 4 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบแก๊งทั้ง 5 คนดังกล่าว พร้อมของกลาง 1.ทองรูปพรรณ จำนวน 2 เส้น (น้ำหนักเส้นละประมาณ 5 บาท) 2.รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ชีวิค สีขาว ติดป้ายทะเบียน 8กท-316 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน 3.รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น HRV สีขาว ติดป้ายแดง ก0103 ลำปาง จำนวน 1 คัน 4.รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าน รุ่น ชีวิค สีขาว ติดป้ายทะเบียน 2กต-1394 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน 5.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
 
พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสภ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่าเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2565 เวลาประมาณ 12.00 น.กลุ่มคนร้ายได้ไปติดต่อซื้อทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 100 บาท โดยเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท จำนวน 4 เส้น , สร้อยคอทองคำ หนัก 5 บาท จำนวน 12 เส้น จากร้านทองแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย โดยคนร้ายที่ไปติดต่อมีลักษณะเป็นชาย แจ้งว่าเจ้านายให้มาติดต่อซื้อทองเพื่อไปแจกญาติโดยจะชำระค่าทองเป็นการจ่ายโดยเช็คเงินสดโอนเข้าบัญชีของร้านทองและขอเลขบัญชีร้านทองเพื่อทำการชำระ

จากนั้นจะมีคนร้ายอีกคนซึ่งเป็นหญิงได้เอาเช็คเงินสด ระบุเจ้าของเช็ค คือ นางสาวพิชชาภา ครณรงค์ ไปขึ้นเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่งภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย  เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินแล้วเป็นการเคลียร์ริ่งเช็ค ได้มีข้อความส่งเตือนยอดเงินไปยังร้านทอง และได้มีคนร้ายอีกคนโทรเข้าไปยังร้านทองอ้างตนว่าเป็นเจ้านายและแจ้งว่าได้ทำการชำระเงินค่าทองรูปพรรณดังกล่าวแล้วให้ส่งมอบทองรูปพรรณให้กับลูกน้องของตนได้เลย เมื่อร้านทองหลงเชื่อจึงได้มอบทองรูปพรรณให้คนร้ายไป


 
แต่หลังจากนั้นปรากฏว่าไม่มียอดเงินเข้าบัญชีของทางร้านทองแต่อย่างใด และคนร้ายได้พากันหลบหนีไป โดยกลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น HRV สีขาว ติดป้ายทะเบียนปลอม เป็นยานพาหนะ
 
จากการตรวจสอบพบว่า ยังมีเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ ที่ ร้านทองแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้า ในเขต อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2564 โดยคนร้ายเป็นชายลักษณะคล้ายกับที่ก่อเหตุที่ อ.เมือง จ.หนองคาย ได้มีการเข้าไปติดต่อขอซื้อทองรูปพรรณและจะชำระโดยการนำเช็คไปขึ้นเงินเข้าบัญชีของร้านทองจากนั้นคนร้ายได้มีการนำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารภายในห้างสรรพสินค้า ในลักษณะเป็นการเคลียร์ริ่งเช็คเช่นเดียวกัน โดยจะมีข้อความเตือนไปที่ร้านทอง

จากนั้นจะมีโทรศัพท์อ้างตนว่าเป็นเจ้านายโทรเข้าไปที่ร้านทองแจ้งว่าได้ชำระค่า ทองแล้ว ให้มอบทองให้กับลูกน้องของตนได้เลย โดยกลุ่มคนร้ายได้ทองรูปพรรณจากการก่อเหตุไป น้ำหนักรวม 88บาท มูลค่า 2,569,000 บาท และคนร้ายได้พากันหลบหนีไป โดยกลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CVIC สีขาวติดป้ายทะเบียนปลอม เป็นยานพาหนะ



 
นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า มีเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ , จ.สุรินทร์เมื่อต้นเดือน ก.พ.2565 ที่ผ่านมา แต่ร้านทองไม่หลงเชื่อจึงไม่มอบทองให้กับกลุ่มคนร้าย

ซึ่งตำรวจภูธรภาค 4 จะได้ทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามทองรูปพรรณที่ถูกประทุษร้ายไปคืนต่อไปฝากประชาสัมพันธ์ถึง ผู้ประกอบการร้านทอง หรือ ผู้ประกอบการพาณิชย์ต่างๆ หากมีการ
ซื้อขายและมีการชำระค่าสินค้าผ่านเช็ค ขอให้ตรวจสอบยอดจำนวนเงินที่เข้าบัญชีที่แท้จริงให้ละเอียดก่อนส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า ซึ่งอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการหลอกชำระค่าสินค้าและบริการ จนเกิดความเสียหายได้ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top