วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้จัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานพัฒนาและบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการพิจารณาแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนให้กับประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์
โดยระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา(ปี 2563-2564) รัฐบาลสนับสนุนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นำมาใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง และป้องกันน้ำท่วม โดยบูรณาการทุกหน่วยงานด้านน้ำในการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงการเกษตรครอบคลุมทั่วทั้งประเทศรวมทั้งสิ้น 26,830 แห่ง ซึ่งหากโครงการต่างๆ ทั้งหมดแล้วเสร็จจะส่งผลให้เก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าแล้งได้รวม 742 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้ได้ถึง 91 ล้านลบ.ม. และมีน้ำดิบผลิตประปาได้อีก 62 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนถึง 3.65 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7.5 ล้านไร่
สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ภายใต้งบกลางปี 2563 มีทั้งสิ้น 20,795 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 4,388 แห่ง ภาคกลาง 3,504 แห่ง ภาคตะวันออก 1,213 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9,766 แห่ง และภาคใต้ 1,953 แห่ง ซึ่งทุกแห่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นเกิดประโยชน์กับประชาชน ขณะเดียวกัน
ยังเกิดการจ้างแรงงานถึง 184,000 ราย ด้วย ขณะที่งบกลางปี 2564 มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรวม 6,035 แห่ง เน้นดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกน้อย และความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น จากการอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี